????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 15 เม.ย. 2019, 04:52

:) :D “....ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้...”
(พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม 2512)


คุณสมบัติของ‘คนดี’.... ท่านผู้อ่านที่เคารพ ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน คนดี คนที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรม ย่อมเป็นที่ต้องการของสังคม “คนดี” ซึ่งเรียกในภาษาทางธรรมว่า “สัตบุรุษ” การที่จะรู้ว่าใครเป็นคนดีนั้น ก็ต้องดูลักษณะของสัตบุรุษซึ่งประกอบไปด้วย....... ๑.ศรัทธา ๒.หิริ ๓.โอตตัปปะ ๔.พาหุสัจจะ ๕.วิริยะ ๖.สติ ๗.ปัญญา....

สังคมไทยนั้นแสวงหาคนดีเพื่อเป็นผู้นำในระดับต่างๆ ก็ควรมองถึงคุณสมบัติเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องของความดีที่แท้จริง เพราะคนดีมิใช่หาได้ด้วยคุณสมบัติอื่นๆ ดังนั้นจึงอย่ามองกันถึงความรู้ความสามารถทางโลก หรือทรัพย์สินเงินทองเกียรติยศต่างๆ เพียงอย่างเดียว ควรต้องมองถึง สัปปุริสสธรรม ๗ ประการนี้ให้มาก ผู้นั้นควรมีธรรมทั้ง ๗ ประการนี้ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เราจะหาได้ ก็จะได้คนดีที่แท้จริง.......มันเป็นการยากเหลือเกินในสังคมประชาธิปไตย ที่จะคัดเลือกคนดีเพื่อเข้าสภาไปรับใช้ ปชช.เพราะสังคมของเรา ปชช.ยังด้อยการศึกษา มันเป็นเรื่องน่าเศร้าและเป็นวิบากกรรมของคนไทยจริง ๆ :( :(
แนบไฟล์
AAkqmBB.jpg
AAkrl5U.jpg
AAkrvCi.jpg
AAkgrPs.jpg
21854.jpg
30746.jpg
เนื่องในวาระดิถีปีใหม่ไทย ๒๕๖๒ นี้กระผมในฐานะผู้นำเสนอเรื่องการท่องทั่วไทยไปกับจักรยาน ซึ่งเริ่มนำเสนอมาตั้งแต่เดือน มกราคม ต้นปีถึงวันนี้นับได้ ๔ เดือนมีผู้เข้ามาอ่านมาเยี่ยมชมบ้าง พอเป็นกำลังใจต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน ที่ให้ความเมตตาเข้ามาศึกษามาค้นคว้าเก็บเกี่ยวธรรมะและประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผมได้พยายามนำมาเสนอ

การกระทำทุกอย่างเป็นธรรมดาที่ต้องมีข้อผิดพลาด ซึ่งผมรอคอยเฝ้าคอยถ้ามีก็จะรีบแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องต่อไป เพื่อให้กระทู้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงกับการเสียเวลาเข้ามาเยี่ยม มาอ่าน ในโอกาสปีใหม่ของไทยในครั้งนี้ผมขอกล่าวคำขอ สุมาลาโทษ ว่า หากข้อคิดข้อเขียนใด ๆ ที่ปรากฏเป็นการละเมิดความคิด ความรู้สึกของท่าน ขอได้โปรดเมตตา อโหสิกรรม ให้แก่ผมด้วย ในโอกาสเดียวกันนี้ ผมก็ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในแผ่นดิน จงได้มาปกปักรักษาท่านผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน ให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ให้มีชีวิตที่เป็นสุข สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดขอจงสมความปรารถนาจงทุกประการ "อย่าเจ็บ อย่าไข้ และอย่าจน" ทุกท่านทุกคน เทอญ.
2987465.jpg
241839.jpg
AAkry3t.jpg
AAks5eb.jpg
AAksPaR.jpg
AAkTrXc.jpg
AAn2gzq.jpg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 15 เม.ย. 2019, 15:39

(ความเห็นส่วนตัว) .. กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ประกอบอยู่ด้วยสาระดีๆมากมายมหาศาล ขอบคุณมากครับที่นำเสนอให้ไว้เป็นวิทยาทาน โดยไม่คำนึกถึงความลำบากแต่อย่างใด..
แนบไฟล์
20190408_173610.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 16 เม.ย. 2019, 06:22

ลุงเนตร เขียน:(ความเห็นส่วนตัว) .. กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ประกอบอยู่ด้วยสาระดีๆมากมายมหาศาล ขอบคุณมากครับที่นำเสนอให้ไว้เป็นวิทยาทาน โดยไม่คำนึกถึงความลำบากแต่อย่างใด..

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับคุณพี่เนตร และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ขอบพระคุณคุณพี่ มาก ๆ ครับ กับกำลังใจที่ส่งให้ ไม่ลำบากครับพี่เพียงแต่มีใจ ศรัทธา และกตัญญุตา "ทำตามคำสั่งของพ่อแม่ครูบาอาจารย์" ที่ว่า "ให้ไปนำศีลธรรมกลับมาก่อนที่โลกาจะวินาศ" :lol: :lol:

:idea: :idea: พระโคตมพุทธเจ้า หรือ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน มีพระนามเดิมว่า เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายา ประสูติในราชตระกูลศากยวงศ์ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์ทรงออกผนวชเมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา บำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ ปี จึงตรัสรู้เมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา และทรงประกาศพระศาสนาอยู่ ๔๕ ปี จึงเสด็จปรินิพพานเมื่อพระชนมายุได้๘๐ พรรษา ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการนับปีพุทธศักราช

หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จไปโปรดพระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี พระองค์ตรัสธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ เมื่อจบพระธรรมเทศนา ดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลีมลทิน จึงเกิดขึ้นแก่พระโกณฑัญญะ จนทำให้บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระโกณฑัญญะจึงกราบทูลขออุปสมบทในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งนับเป็นพระสงฆ์องค์แรกในโลก และพระรัตนตรัยจึงเกิดขึ้นในโลกเช่นกันในวันนั้น ต่อมา พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอื่น ๆ เพื่อโปรดพระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก ๔ องค์ จนบรรลุเป็นพระโสดาบันทั้งหมด หลังจากพระปัญจวัคคีย์บรรลุเป็นพระโสดาบันหมดแล้ว พระองค์ทรงแสดงธรรมอนัตตลักขณสูตร ซึ่งทำให้พระปัญจวัคคีย์บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

ต่อจากนั้น พระองค์ได้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระยสะและพวกอีก ๕๔ ท่าน จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ในครั้งนั้นจึงมีพระอรหันต์รวมทั้งพระองค์ด้วยทั้งสิ้น ๖๑ พระองค์ พระพุทธเจ้าจึงพระดำริให้พระสาวกออกประกาศศาสนา โดยมีพระปฐมวาจาในการส่งพระสาวกออกประกาศศาสนาว่า

ดูก่อนพระภิกษุทั้งหลาย เราหลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ และของมนุษย์ แม้พวกเธอได้หลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวงทั้งของทิพย์และของมนุษย์เช่นกัน พวกเธอจงเที่ยวไปเพื่อประโยชน์ และความสุขแก่มหาชน เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าไปทางเดียวกัน ๒ รูป จงแสดงธรรมให้งามในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะให้ครบถ้วนบริบูรณ์ สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลี คือ กิเลส ในจักษุเพียงเล็กน้อยมีอยู่ แต่เพราะโทษที่ยังไม่ได้สดับธรรม จึงต้องเสื่อมจากคุณที่พึงจะได้รับ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้รู้ทั่วถึงธรรมมีอยู่ แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม

จึงทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง และแผ่ขยายไปในชมพูทวีปอย่างรวดเร็ว ชาวชมพูทวีปพากันละทิ้งลัทธิเดิม แล้วหันมานับถือเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้นโดยลำดับและเผยแผ่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน
(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) :idea: :idea:


แนบไฟล์
ท่องเที่ยวในพื้นที่ ๑๕๔.JPG
แต่ก่อนชีวิตสำมะเลเทเมา ค่ำไหนเฮนั่น ตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ต้องตามแก้ปัญหาตลอดเวลา การงานก็ง่อนแง่น จวนแหล่มิจวนแหล่ (อาศัยบุญแต่ชาติปางก่อนจึงรอดมาได้) จวบจนวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุดื่มสุราเกินลิมิต บึ่งมอไซค์ชนหลักกิโลสลบไปนาน ช่วงสลบเป็นวาสนาบารมีแต่ปางก่อน ได้เห็นยมฑูตตัวจริง ตัวโตเต็มท้องฟ้าจ้องหน้าทมึงถึง ก่อนจากท่านยมฑูต พูดว่า "เจอกันอีก ๓๕,๕๕,๖๕ ระวัง ? " ทำให้ได้สติขบคิดตลอดเวลา ตัดสินใจหันหน้าเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติธรรมกับหลวงตามหาบัว หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่แหวน สุจินโณ หลวงพ่อมั่น จารุธัมโม คุณแม่ สิริ กริณชัย และอีกหลาย ๆ ครูบาอาจารย์ ชีวิตเมื่ออายุ ๓๕ ปี ๕๕ ปี ๖๕ ปี เกือบ ตาย ครับ ๓๕ ถูก ผกค.ซุ่มโจมตีที่ บ.ห้วยจะยิน ปางค่า ได้ ทอ.นำบินสปุคกี้ไปช่วยยิงสนับสนุนจึงรอดมาได้ ในปีเดียวกันต้องสูญเสีย รองผู้บังคับหมวดไปหนึ่งราย ๕๕ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเจียนตาย ๖๕ เกือบหลุดออกจากวงจรพระพุทธศาสนา (ถ้าหลุดถือได้ว่าตายไปอย่างเสียชาติเกิด.) ทุกวันนี้มั่นใจว่า "ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มีกำลังใจที่จะเผยแผ่สิ่งที่ตัวเองได้พบประสบมา เพื่อเป็นวิทยาทานและสร้างเสริม บุญ-บารมี ให้กับตัวเองยิ่ง ๆ ขึ้น ถ้าวันนี้ "ตาย" กล้ารับประกันตนเองว่า ไม่ตกอบายแน่นอน กล้าพอที่จะท้าท่านพญามัจจุราชเชิญมาเอาชีวิตไปได้ "ผมพร้อม ครับ"

ประสบการณ์ชีวิตบอกได้ว่า "พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก" แต่ เป็น "ศาสนาที่อาภัพที่สุดเช่นกัน" เพราะบรรดาพุทธสาวกทั้ง บรรพชิตและคฤหัส ต่างไม่ยอมที่จะปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน เอาแต่ไปหลงงมงายอยู่กับเปลือกนอกของคำสอน (ทานเยอะ ๆ ศีลนิดหน่อย ภาวนาไม่เป็นเลย) หลงสิ่งอัปมงคลยกย่องบุคคลที่ไม่ควรยกย่อง บูชาบุคคลที่ไม่ควรบูชา อีกไม่ช้าพุทธศาสนาก็จะสูญสลายหายไปจากเมืองไทย เหมือนกับแผ่นดินแม่ (อินเดีย)

มีฝรั่งที่นับถือพุทธศาสนาได้ปรามาสคนไทยว่า "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่มีประชาชนนับถือพุทธแค่ ๒ %" มันน่าอายและน่าน้อยใจขนาดไหน จึงอยากจะเชิญชวนคนไทยทุกคนที่นับถือพุทธศาสนาจงเร่งหันหน้ากลับมาหาพระธรรมคำสั่งสอนเพื่อชีวิตที่เป็นสุข และเพื่อโลกหน้าที่จะได้พบพระศรีอาริยเมตไตรย หรือ จะได้ไม่ต้องกลับมาเกิดให้ทุกข์แล้วทุกข์อีก เหมือนเช่นทุกวันนี้ ขอให้เชื่อ "ผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นที่อยู่เป็นสุข" ครับ.
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 17 เม.ย. 2019, 10:35

Deang-sarapee เขียน:
ลุงเนตร เขียน:(ความเห็นส่วนตัว) .. กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ประกอบอยู่ด้วยสาระดีๆมากมายมหาศาล ขอบคุณมากครับที่นำเสนอให้ไว้เป็นวิทยาทาน โดยไม่คำนึกถึงความลำบากแต่อย่างใด..

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับคุณพี่เนตร และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ขอบพระคุณคุณพี่ มาก ๆ ครับ กับกำลังใจที่ส่งให้ ไม่ลำบากครับพี่เพียงแต่มีใจ ศรัทธา และกตัญญุตา "ทำตามคำสั่งของพ่อแม่ครูบาอาจารย์" ที่ว่า "ให้ไปนำศีลธรรมกลับมาก่อนที่โลกาจะวินาศ" :lol: :lol:

:idea: :idea: พระโคตมพุทธเจ้า หรือ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน มีพระนามเดิมว่า เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นพระโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายา ประสูติในราชตระกูลศากยวงศ์ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์ทรงออกผนวชเมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา บำเพ็ญเพียรอยู่ ๖ ปี จึงตรัสรู้เมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา และทรงประกาศพระศาสนาอยู่ ๔๕ ปี จึงเสด็จปรินิพพานเมื่อพระชนมายุได้๘๐ พรรษา ซึ่งเป็นการเริ่มต้นของการนับปีพุทธศักราช

หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จไปโปรดพระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี พระองค์ตรัสธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ เมื่อจบพระธรรมเทศนา ดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลีมลทิน จึงเกิดขึ้นแก่พระโกณฑัญญะ จนทำให้บรรลุเป็นพระโสดาบัน พระโกณฑัญญะจึงกราบทูลขออุปสมบทในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งนับเป็นพระสงฆ์องค์แรกในโลก และพระรัตนตรัยจึงเกิดขึ้นในโลกเช่นกันในวันนั้น ต่อมา พระองค์ได้ทรงแสดงธรรมอื่น ๆ เพื่อโปรดพระปัญจวัคคีย์ที่เหลืออีก ๔ องค์ จนบรรลุเป็นพระโสดาบันทั้งหมด หลังจากพระปัญจวัคคีย์บรรลุเป็นพระโสดาบันหมดแล้ว พระองค์ทรงแสดงธรรมอนัตตลักขณสูตร ซึ่งทำให้พระปัญจวัคคีย์บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

ต่อจากนั้น พระองค์ได้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระยสะและพวกอีก ๕๔ ท่าน จนบรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด ในครั้งนั้นจึงมีพระอรหันต์รวมทั้งพระองค์ด้วยทั้งสิ้น ๖๑ พระองค์ พระพุทธเจ้าจึงพระดำริให้พระสาวกออกประกาศศาสนา โดยมีพระปฐมวาจาในการส่งพระสาวกออกประกาศศาสนาว่า

ดูก่อนพระภิกษุทั้งหลาย เราหลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ และของมนุษย์ แม้พวกเธอได้หลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวงทั้งของทิพย์และของมนุษย์เช่นกัน พวกเธอจงเที่ยวไปเพื่อประโยชน์ และความสุขแก่มหาชน เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์ พวกเธออย่าไปทางเดียวกัน ๒ รูป จงแสดงธรรมให้งามในเบื้องต้น ในท่ามกลางและในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะให้ครบถ้วนบริบูรณ์ สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลี คือ กิเลส ในจักษุเพียงเล็กน้อยมีอยู่ แต่เพราะโทษที่ยังไม่ได้สดับธรรม จึงต้องเสื่อมจากคุณที่พึงจะได้รับ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้รู้ทั่วถึงธรรมมีอยู่ แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม

จึงทำให้พระพุทธศาสนามีความเจริญรุ่งเรือง และแผ่ขยายไปในชมพูทวีปอย่างรวดเร็ว ชาวชมพูทวีปพากันละทิ้งลัทธิเดิม แล้วหันมานับถือเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้นโดยลำดับและเผยแผ่ต่อมาจนถึงปัจจุบัน
(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี) :idea: :idea:




"..ขอบคุณมาก..ขออนุญาตนำข้อความอธิบายภาพไปเผยแพร่ต่อนะครับ.."

*..แต่ก่อนชีวิตสำมะเลเทเมา ค่ำไหนเฮนั่น ตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก มีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ต้องตามแก้ปัญหาตลอดเวลา การงานก็ง่อนแง่น จวนแหล่มิจวนแหล่ (อาศัยบุญแต่ชาติปางก่อนจึงรอดมาได้) จวบจนวันหนึ่งประสบอุบัติเหตุดื่มสุราเกินลิมิต บึ่งมอไซค์ชนหลักกิโลสลบไปนาน ช่วงสลบเป็นวาสนาบารมีแต่ปางก่อน ได้เห็นยมฑูตตัวจริง ตัวโตเต็มท้องฟ้าจ้องหน้าทมึงถึง ก่อนจากท่านยมฑูต พูดว่า "เจอกันอีก ๓๕,๕๕,๖๕ ระวัง ? " ทำให้ได้สติขบคิดตลอดเวลา ตัดสินใจหันหน้าเข้าหาธรรมะ ปฏิบัติธรรมกับหลวงตามหาบัว หลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงปู่แหวน สุจินโณ หลวงพ่อมั่น จารุธัมโม คุณแม่ สิริ กริณชัย และอีกหลาย ๆ ครูบาอาจารย์ ชีวิตเมื่ออายุ ๓๕ ปี ๕๕ ปี ๖๕ ปี เกือบ ตาย ครับ ๓๕ ถูก ผกค.ซุ่มโจมตีที่ บ.ห้วยจะยิน ปางค่า ได้ ทอ.นำบินสปุคกี้ไปช่วยยิงสนับสนุนจึงรอดมาได้ ในปีเดียวกันต้องสูญเสีย รองผู้บังคับหมวดไปหนึ่งราย ๕๕ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเจียนตาย ๖๕ เกือบหลุดออกจากวงจรพระพุทธศาสนา (ถ้าหลุดถือได้ว่าตายไปอย่างเสียชาติเกิด.) ทุกวันนี้มั่นใจว่า "ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" นี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้มีกำลังใจที่จะเผยแผ่สิ่งที่ตัวเองได้พบประสบมา เพื่อเป็นวิทยาทานและสร้างเสริม บุญ-บารมี ให้กับตัวเองยิ่ง ๆ ขึ้น ถ้าวันนี้ "ตาย" กล้ารับประกันตนเองว่า ไม่ตกอบายแน่นอน กล้าพอที่จะท้าท่านพญามัจจุราชเชิญมาเอาชีวิตไปได้ "ผมพร้อม ครับ"

ประสบการณ์ชีวิตบอกได้ว่า "พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก" แต่ เป็น "ศาสนาที่อาภัพที่สุดเช่นกัน" เพราะบรรดาพุทธสาวกทั้ง บรรพชิตและคฤหัส ต่างไม่ยอมที่จะปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน เอาแต่ไปหลงงมงายอยู่กับเปลือกนอกของคำสอน (ทานเยอะ ๆ ศีลนิดหน่อย ภาวนาไม่เป็นเลย) หลงสิ่งอัปมงคลยกย่องบุคคลที่ไม่ควรยกย่อง บูชาบุคคลที่ไม่ควรบูชา อีกไม่ช้าพุทธศาสนาก็จะสูญสลายหายไปจากเมืองไทย เหมือนกับแผ่นดินแม่ (อินเดีย)

มีฝรั่งที่นับถือพุทธศาสนาได้ปรามาสคนไทยว่า "ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่มีประชาชนนับถือพุทธแค่ ๒ %" มันน่าอายและน่าน้อยใจขนาดไหน จึงอยากจะเชิญชวนคนไทยทุกคนที่นับถือพุทธศาสนาจงเร่งหันหน้ากลับมาหาพระธรรมคำสั่งสอนเพื่อชีวิตที่เป็นสุข และเพื่อโลกหน้าที่จะได้พบพระศรีอาริยเมตไตรย หรือ จะได้ไม่ต้องกลับมาเกิดให้ทุกข์แล้วทุกข์อีก เหมือนเช่นทุกวันนี้ ขอให้เชื่อ "ผู้ประพฤติธรรมเท่านั้นที่อยู่เป็นสุข" ครับ..*
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 23 เม.ย. 2019, 22:54

:) ช่วงนี้กำลังปั่นท่องเที่ยวใน จีน ครับ กลับถึงบ้านจะนำรายละเอียดมาเล่าสู่ฟังครับ :)
แนบไฟล์
D5755591-F9D7-46BB-B224-75FD0199D4E1.jpeg
B961BEC4-072C-4526-ACE8-3C0DB11C6559.jpeg
D6F967ED-81D4-4C58-90BC-86BAC85F34D8.jpeg
79C65C4E-1087-4CEC-B76F-235AED60A12B.jpeg
81D34AF2-F092-445E-828B-C9150274F3C7.jpeg
1A9347CD-01C5-40F7-A5A6-DA71E126D8F0.jpeg
7AC39BCD-CFDB-4226-ACAB-A03DC1EFEBB6.jpeg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 24 เม.ย. 2019, 05:55

"..สวัสดีครับ ขอบคุณมาก ที่ให้ทราบ โชคดีทุกที่ทาง ทุกวันเวลา ทุกท่านนะครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 25 เม.ย. 2019, 22:01

:) :) ขอบพระคุณครับพี่ มือถือทำงานไม่สดวก ขอส่งภาพบางภาพให้ติดตามเป็นภาพในเมืองลี่เจียง กลับถึงบ้านคงมีเรื่องเล่ามากมาย คอยติดตามกันนะครับ :) :)
แนบไฟล์
FD7363F7-DE35-4DAF-8B0F-16063E6CBAFD.jpeg
412FFEB0-967B-4C41-AEC0-6B08E2387DB7.jpeg
0B621D70-1404-4FEB-AD6E-47D63214069B.jpeg
96CF30AC-91C4-4E4C-AB61-F3D4F1EEF37B.jpeg
31CD028B-CB95-4A85-B73C-7D1CAF349E0B.jpeg
788BAA39-06AA-4090-9638-8327492DF7EB.jpeg
36201A0D-E377-4311-AED6-1A7984C2422D.jpeg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 27 เม.ย. 2019, 03:35

"..สวัสดีครับ นองแดง สารภี และทุกท่าน../..ขอบคุณมากครับ ปั่นสนุก โชคดีทุกที่ทาง ทุกวันเวลา ทุกท่านครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 05 พ.ค. 2019, 06:25

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ นองแดง สารภี และทุกท่าน../..ขอบคุณมากครับ ปั่นสนุก โชคดีทุกที่ทาง ทุกวันเวลา ทุกท่านครับ.."

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับพี่เนตรที่รัก และท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมเดินทางกลับถึงเมืองไทยเรียบร้อยโดยสวัสดิภาพแล้วแต่เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยทางเรือจากท่าเรือก่วนเหลย - ท่าเรือเชียงแสน ระยะทางประมาณ ๒๖๕ กม.เมื่อเดินทางมาถึงลูกชายไปรับก็พักผ่อนอยู่ที่บ้านลูกชาย ๒ คืน จึงเดินทางกลับเชียงใหม่บ้านตัวเอง ปากกองสารภีเมื่อ ๓ พ.ค.๖๒ โชคดีครับช่วงฟ้าฝนพายุเข้าเชียงใหม่ ปรากฏกิ่งยางตกใส่บ้านหลังเล็กเสียหายนิดหน่อย ใบไม้กิ่งไม้เต็มลานบ้าน ต้องสะสางกว่าจะเรียบร้อยเล่นกันทั้งวันเหนื่อยมาก ๆ ๕๕๕ นี่แหละครับ "มีสิ่งใดก็ทุกข์กับสิ่งนั้น" พระพุทธองค์จึงทรงตรัสไว้ว่า "ความมี คือ ความทุกข์" :lol: :lol:

พูดถึงก่วนเหลย เป็นอะไรที่ทรงอิทธิพลต่อจิตใจผมมาก ๆ ครับ เมื่อครั้งสมัยทำงานโดยเฉพาะงานด้านการข่าว ก่วยเหลยเป็นที่กล่าวขานถึง ทั้งด้านบวกและด้านลบอยู่ตลอดเวลา ผมอยากไปอยากไปเห็นกับตาให้จะจะสักหน่อย แต่จนแล้วจนรอดไม่เคยได้ไป เรื่องนี้จึงติดคาใจมาเป็น ๒๐-๓๐ ปี จนเมื่อปี ๒๕๖๐ เฮียใหญ่เชียงแสนได้ชวนผมไปปั่นเที่ยวแชงกีลา ต้าลี่ ลี่เจียง โดยผ่านทางเรือจากเชียงแสน-ก่วนเหลย แล้วปั่นเข้าต้าลี่ ลี่เจียง แค่ก่วนเหลยผมก็หูผึ่งทันที ความทรงจำกลับสู่โสตประสาท ความอยากกระสันเกิดผุดขึ้นทันทีทันใด ไม่ต้องคิดตอบตกลงทันที จากที่คุยกันเราเตรียมงานเป็นแรมปีครับ กว่าจะได้เดินทาง ก็ติดตามกันไปผมจะพยายามเรียบเรียงเป็นวิทยาทานให้น้อง ๆ รุ่นหลังที่มีความใฝ่ฝันได้ใช้เป็นแนวทาง

ไปครั้งนี้ โหด หิน มันส์ ฮา ครับ อยากจะบอกทุกท่านเมื่อมีชีวิตจงมีความฝัน เมื่อมีฝันจงทำฝันให้เป็นจริง เรียกว่า "ฝันให้ไกล แล้วจงไปให้ถึง" ผมฝันถึงก่วนเหลยเกือบ ๔๐ ปีไม่เคยลืม วันนี้ผมทำสำเร็จสมปรารถนาแล้ว ผมมีความสุขมากที่สุด เป็นความสุขที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่มากในชีวิต ผมภูมิใจในตัวเองมาก ๆ เพราะผม "ทำฝันนั้นให้เป็นจริงสำเร็จนั่นเอง" :) :D


แนบไฟล์
IMG_9656.JPG
ท่าเรือก่วนเหลย
1556723660688.jpg
1556770140497.jpg
IMG_9505.JPG
IMG_9509.JPG
IMG_9520.JPG
IMG_9529.JPG
IMG_9535.JPG
IMG_9537.JPG
IMG_9548.JPG
IMG_9553.JPG
IMG_9556.JPG
IMG_9559.JPG
IMG_9564.JPG
IMG_9619.JPG
ท่าเรือเชียงแสน
cats ๑.jpg
cats ๒.jpg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 07 พ.ค. 2019, 18:31

"..กลับแล้ว สวัสดีครับ ยินดีด้วย.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 07 พ.ค. 2019, 18:47

:) :D สวัสดียามเย็น ๆ ของวันที่ร้อนอบอ้าวคิดถึงบรรยากาศที่ แชงกีลา อุณหภูมิ - ๑ , -๒ องศา ใส่เสื้อ ๔ - ๕ ชั้นมันคนละ Feel เลยละครับ ร้อนอะไรก็ร้อนไปน๊ะ..อย่าร้อนใจ เป็นใช้ได้ ใช่ไหมครับ ?

เมื่อวันที่ ๕ - ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ วัดห้วยส้มสุกมีงานมหากุศล คือท่านพ่อขาว (วันชาติ ยิ้มมี) ท่านวางแผนงานการหล่อรูปเหมือนองค์หลวงปู่ ประสิทธิ์ ปุญญมากโร ซึ่งเป็นพ่อแม่ครูบาอจารย์ของพ่อขาว โดยจะหล่อเท่าองค์จริง ในวันงานจะมีพระจากหลายสำนักมาร่วมงานและที่สำคัญมี พระจากสำนักของหลวงพ่อกัณหา ฯ ซึ่งสำนักนี้พระและลูกศิษย์ลูกหา รับประทานอาหารแบบมังสวิรัติ คืองดเว้นเนื้อสัตว์ทุกชนิด

ครั้งแรกได้มีการว่าจ้างให้ครัวมังสวิรัติมาทำ แต่บรรดาคนวัดลงมติว่า "คุณนายทำอร่อยอยู่แล้ว" คุณนายจึงได้ถูกกำหนดให้เป็นผู้รับผิดชอบอาหารชนิดนี้ เราเดินทางเข้าวัดพร้อมอุปกรณ์และวัตถุดิบตั้งแต่บ่ายของวันที่ ๕ พ.ค.เตรียมและทำมังสวิรัติเลี้ยงพระและญาติโยมในวันที่ ๖ - ๗ รวม ๒ วัน งานดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย ด้วยบุญบารมีของพ่อขาว มีลูกศิษย์จากต่างแดน ได้แก่ ชาวมาเลย์เซีย สิงค์โปร์ ใต้หวัน ได้เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย และสิ้นเดือน พ.ค.นี้พ่อขาวก็ได้รับเชิญให้ไปโปรดญาติธรรมที่ ใต้หวันอีกครึ่งเดือนด้วย

งานนี้มีพระมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ช่วงเย็นได้ร่วมกันทำวัตรเย็น ช่วงเช้าตั้งแต่ ๐๔.๐๐ น.ทำวัตรเช้า รับบิณฑบาตร ผู้มาร่วมงานทานข้าวร่วมกัน เย็นวันที่ ๖ พ.ค. พอจ.สมเกียรติ ชิตมาโร แห่งวัดป่าถ้ำพระเทพนิมิตร ต.ตาลเลียบ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี เป็นองค์เทศนาตั้งแต่เวลา ๒๐.๓๐ - ๒๑.๓๐ น.

งานนี้ได้บุญเต็ม ๆ ขออุทิศกุศลผลบุญนี้ ส่งถึงท่านผู้มีเกียรติและท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมกระทู้นี้ จงได้รับอานิสงค์แห่งผลบุญที่ได้กระทำในครั้งนี้ ทั่วถ้วนทุกตัวคนโดยถ้วนหน้ากันทุกท่านทุกคน เทอญ. พร้อมนี้ผมได้คัดลิงค์เกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้พิษร้ายด้วย "ธรรมโอสถ" ที่พ่อขาวได้ทำเป็นแบบอย่าง อย่าลืมคลิกเข้าไปศึกษาหาความรู้กันนะครับ
:) :D

https://www.watpahuaysomsuk.com/1505776 ... 1%E0%B8%B5
แนบไฟล์
S__9429044.jpg
S__9429045.jpg
S__9429046.jpg
S__9429047.jpg
S__9429048.jpg
S__9429049.jpg
S__9429050.jpg
S__9429051.jpg
S__9429052.jpg
S__9429053.jpg
S__9429054.jpg
S__9429055.jpg
S__9429056.jpg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 09 พ.ค. 2019, 07:22

ลุงเนตร เขียน:"..กลับแล้ว สวัสดีครับ ยินดีด้วย.."


:) :D อรุณสวัสดิ์ครับพี่เนตรและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุก ๆ ท่าน ผมและคุณนายกลับถึงแผ่นดินไทยเมื่อ ๑/๕/๖๒ ที่ อ.เชียงแสน และกลับถึง บ.ปากกอง สารภีเมื่อ ๓/๕/๖๒ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจและข้อคิดต่าง ๆ มากมายพร้อมที่จะนำมาเล่าสู่ฟังเพื่อรุ่นหลัง ๆ จะได้ใช้เป็นแนวทางในการเดินทาง หวังใจว่าคงมีคนติดตามและถ้ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใด อยากได้รายละเอียดเพิ่มเติมก็โพสต์เข้ามาสอบถามได้ ยินดีตอบคำถามตามขีดความสามารถ เป็นการสื่อสาร Two - way communication ผมจะได้ไม่เหงาและมีกำลังใจครับ :lol: :lol:

:idea: :idea: การสื่อสาร การสื่อสาร หมายถึง การถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร ทั้งรูปแบบวัจนภาษา และอวัจนภาษา จากผู้ต้องการส่งสารไปยังผู้อื่น โดยผ่านวิธีการและสื่อต่างๆ

รูปแบบของการสื่อสารข้อมูล จำแนกได้ ๒ แบบ
๑. การสื่อสารแบบทางเดียว (One-way Communication)
๒. การสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication)

การสื่อสารทางเดียว (One-way Communication) หมายถึง การสื่อสารที่ผู้รับไม่สามารถโต้ตอบกับผู้ส่งในสื่อกลางเดียวกันได้ ผู้ส่งเป็นฝ่ายส่งข่าวสารเพียงอย่างเดียว ส่วนใหญ่มักอยู่ในรูปของสื่อสารสาธารณะ เช่น วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ หรือบอร์ด ประกาศ เป็นต้น การสื่อสารรูปแบบนี้เรียกว่า Simplex

การสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) หมายถึง การสื่อสารที่ผู้ส่งและผู้รับข่าวสาร สามารถโต้ตอบกันได้ในสื่อกลางเดียวกัน การสื่อสารรูปแบบนี้ เรียกกว่า Duplex การสื่อสารแบบสองทางนี้ จำแนกตามลักษณะกรรับ/ส่ง เป็น 2 ลักษณะ คือ

การรับ/ส่งต่างเวลากัน (Half Duplex หรือ Semi Duplex) หมายถึง การรับและส่งข้อมูลข่าวสารคนละเวลากัน กล่าวคือในขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังส่งข้อมูล อีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้รับข้อมูล และเมื่อส่งเรียบร้อย ฝ่ายส่งจะกลับเป็นฝ่ายรับสลับกันไปมา เช่นการรับ/ส่งโทรสาร หรือวิทยุสื่อสาร เป็นต้น

การรับ/ส่งในเวลาเดียวกัน (Full Duplex) หมายถึง การรับและส่งข้อมูลข่าวสารในเวลาเดียวกัน กล่าวคือในขณะที่ฝ่ายหนึ่งกำลังส่งข้อมูล อีกฝ่ายหนึ่งสามารถส่งข้อมูลได้เช่นกัน เช่น การรับส่งโทรศัพท์ หรือการพูดคุยกันโดยตรง เป็นต้น
:idea: :idea:
แนบไฟล์
IMG_9669.JPG
IMG_9670.JPG
S__9592834.jpg
S__9699334.jpg
ขอเริ่มเรื่องตั้งแต่การขอวีซา เพื่อเข้าเมืองจีนคิด ๆ แล้วปวดใจจัง (ช่วงเดินทางผมส่งไลน์ให้เพื่อนที่ติดตามได้ชมกัน กลับถึงบ้านถูกเพื่อนด่าครับ มันว่า "ไอ้นี่ไปถึงที่ไหนมันชมเขา แล้วหันมาด่าบ้านเมืองตัวเอง" ) ขอเรียนชี้แจงไว้ ณ ที่ตรงนี้ก่อนครับว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะนำเสนอคือ เรื่องจริง ๆ และนำเสนอในข้อคิดความเห็นเป็นส่วนตัวของผมเอง ใครจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง

เริ่มเรื่องก็มีเรื่องให้นินทาบ้านเมืองของเราแล้ว เรื่องวีซาครับ ทุก ๆ ครั้งที่ทำเรื่องขอจะได้ ๓๐ วันทุกครั้ง มาครั้งนี้กงสุลอนุญาตุแค่ ๑๕ วัน เข้าไปชี้แจงแล้วก็ไม่ฟัง(ไม่ได้) ครั้งแรกผมตัดสินใจจะไม่ไปแล้ว แต่เพื่อน ๆ ซิครับ ๑๕ ก็ ๑๕ เราค่อยไปปรับแผนของเรา ส่วนวีซาคนจีนเข้าไทยช่วงนี้ ฟรี ฟรี ครับแล้วอยู่ได้ ๓๐ วัน ต่างกันไหมครับ แล้วจะไม่ให้นินทาบ้านเมืองเราได้ไง ใช่ไหมครับ?
DSC_0001.JPG
ผมรอรับวีซาที่สถานกงสุลเมื่อ วันที่ ๙ เมย.ช่วง ๑๕.๓๐ น.กลับบ้านก็เตรียมสิ่งของต่าง ๆ รุ่งเช้า ๑๐/๔/๖๒ ก็นำรถจักรยานทั้งสองคันบรรทุกเก๋ง เดินทางไปเชียงรายไปช่วยลูกเลี้ยงดูหลาน เพราะช่วงสงกรานต์พ่อ - แม่ เขาทำงานหาเงินเป็นช่วงน้ำขึ้นต้องรีบตัก เราสองคน ปู่-ย่า ก็ไปแบ่งเบาภาระเท่าที่จะสามารถช่วยได้ ผมกับลูกชายสัญญากันไว้แล้วว่า "การเลี้ยงดูลูกเป็นหน้าที่ของ พ่อ-แม่ ดังเช่นที่ผมและคุณนายได้เลี้ยงดูเขา ดังนั้นลูกของเขา เขาก็ต้องเลี้ยงดูด้วยตัวเขาเอง จะผลักภาระไม่ได้เด็ดขาด" เราสองคนพยายามที่จะไม่ติดหลานครับ ผมเชื่อว่า "รักหลานมันมากกว่ารักลูก ณ เวลานี้ครับ"
DSC_0002.JPG
วันที่ ๑๖ เป็นวันนัดหมายของทีมเราต้องออกเดินทาง เดิมทีนั้นเรามีแผนการเดินทางโดยเรือไปขึ้นที่ท่าก่วนเหลย แล้วเริ่มปั่นจากก่วนเหลยเข้าสิบสองปันนา - ต้าลี่ ผ่านทางเมือง ผู่เอ๋อ แต่วีซาเราได้แค่ ๑๕ วันเราจึงต้องปรับแผนใหม่เป็นเดินทางเข้า อ.เชียงของ เข้า ห้วยทราย (ลาว) แล้วนั่งรถเข้าสิบสองปันนา ต่อรถขึ้นไปให้ถึงแชงกีลาแล้วเราจะปั่นลง คำนวนวันแล้วคาดว่าลงตัว ลูกชายพาเราสองคนไปส่งที่บ้าน คุณ พรต เพื่อโดยสารรถคุณ พรต เข้าเชียงของ
S__9166855.jpg
S__9166856.jpg
คุณ พรต ไปรับ คุณ ชัยวัฒน์ ที่เดินทางมาจากปราจีนบุรี เพื่อร่วมเดินทางไปกับพวกเรา สรุปไปครั้งนี้เฮียใหญ่ (ประเสริฐ) ตั้งชื่อว่า "ห้าเสือตลุยจีน" (เสือตัวผู้ ๔ ตัวเมีย ๑) เรา ๔ คนมารวมตัวกันที่บ้าน คุณ พรต เปลี่ยนรถจากรถลูกชายเป็นรถของคุณพรต หลานน้อยมาส่ง ปู่-ย่า ด้วย
DSC_0003.JPG
DSC_0004.JPG
DSC_0006.JPG
DSC_0010.JPG
DSC_0011.JPG
DSC_0012.JPG
ถึง อ.เชียงของ เราพากันไปรับประทานมื้อเที่ยงในตัวเมือง ก่อนที่จะไปด่านผ่านแดน เฮียใหญ่บ้านอยู่เชียงแสน เฮียแกปั่นจากเชียงแสนมาเชียงของ ยกนาฬิกาดูแล้ว โทร ฯ เฮียยังไม่ขึ้นถึง บ.กิ่วกาณน์ ถ้าปล่อยให้ปั่นจนถึงด่าน คาดว่าคงเย็นแน่ตัดสินให้ คุณ พรต นำรถไปรับเฮียดีกว่าจะได้มีเวลาไปติดต่อรถที่ อ.ห้วยทราย ฝั่งลาวได้
S__9166851.jpg
S__9166854.jpg
S__9166853.jpg
DSC_0027.JPG
S__9166864.jpg
DSC_0034.JPG
จากด่าน สปปล.ลาวเราปั่นเข้าตัวเมืองห้วยทราย ติดต่อรถที่จะไปสิบสองปันนา ปรากฏว่าไม่มีต้องไปคุนหมิง แต่รถสามารถบรรทุกจักรยานได้แค่ ๓ คัน เนื่องจากช่วงนี้คนจีนเดินทางมาเที่ยว ลาวและไทย กันมาก ทำไงดี ? ก็ต้องเปลี่ยนแผน เราจึงพากันไปหาที่นอนและหาอะไรกินให้อิ่มแล้วค่อยมาคิดกันใหม่ คืนแรกเราพักนอนที่โรงแรมห้วยทราย ครับ
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 10 พ.ค. 2019, 04:53

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านที่เคารพทุก ๆ ท่าน เช้านี้มีสิ่งดี ๆ มาฝากครับ จาก Nuttaputch.com :

:idea: :idea: ผมเชื่อว่าเรามักมีไอเดียหรือมีความฝันจะทำอะไรอยู่บ่อยๆ บางคนก็บอกว่าอยากเปิดกิจการของตัวเอง บ้างก็บอกว่าอยากเริ่มทำอะไรขึ้นมาใหม่เป็นต้น แน่นอนว่ามันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนทุกคนนั้นจะเกิดไอเดียหรือมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาได้เรื่อยๆ แต่พอเอาเข้าจริงเราก็มักจะไม่ได้ทำมันแต่อย่างใด

จากประสบการณ์การพูดคุยกับหลายๆ คน รวมทั้งกับตัวเองด้วย ผมว่าชีวิตเรานั้นมีหลายๆ เรื่องที่เข้ามาทำให้เราเสียโอกาสที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ พวกนี้อยู่เสมอ แน่นอนว่าถ้าเราอยากจะประสบความสำเร็จหรือได้ทำอย่างที่หวังก็คงต้องก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ไปให้ได้ ส่วนจะมีอะไรบ้าง และคุณกำลังประสบมันอยู่หรือเปล่า ก็มาดูลิสต์ตามด้านล่างนี้เลยครับ

1. กลัว
พอเราต้องเริ่มอะไรสักอย่างขึ้นมาใหม่นั้น สิ่งแรกๆ ที่จะเกิดควบคู่ตามมาคือความกลัวหรือกังวลว่ามันจะล้มเหลว คนอยากเปิดร้านขายของก็กลัวจะเจ๊ง คนอยากเปลี่ยนงานก็กลัวว่างานใหม่จะไม่เข้าท่า ฯลฯ ความกลัวเหล่านี้เพราะส่วนใหญ่เราไม่อยากรับความผิดหวังหรือต้องเสียใจหากเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น และนั่นทำให้โอกาสของหลายๆ คนหายไปโดยใช่เหตุ ถ้าคุณอยากจะลองทำอะไรสักอย่างนั้น การคิดให้ถ้วนถี่รอบคอบก็เป็นสิ่งดี แต่ถ้าคิดมากจนเข้าขั้นกลัวเกินไปก็คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรหรอกนะครับ

2. ขี้เกียจ
ไอเดียมันเกิดขึ้นได้ง่าย เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวโดยเราไม่ต้องลงแรงสักเท่าไร แต่พอจะให้ต้องทำอะไรที่ต้องลงแรงเสียเวลาแล้วมันก็อีกเรื่อง ทั้งนี้เพราะเราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น ต้องทอนเวลาที่เคยสบายหรือเวลาที่เคยพักผ่อนออกไปเพื่อทำสิ่งอื่น หลายๆ ครั้งเราก็จะรู้สึกว่าทำไปทำไม ความขี้เกียจและรักสบายก็จะเริ่มกลายเป็นเสียงในใจทำนองว่าอย่าเหนื่อยเลย อยู่แบบเดิมไปดีกว่า และนั่นทำให้หลายๆ คนไม่ได้เริ่มทำอะไรนั่นแหละครับ

3. ผัดวันประกันพรุ่ง
บางคนอาจจะไม่ได้ถึงขั้นขี้เกียจ แต่เพราะความเหนื่อยหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวันเยอะมากจนรู้สึกว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะเริ่มทำ ขอเลื่อนกำหนดการไปก่อน รออีกสักหน่อยเช่นรอให้มีแรง รอให้ว่างกว่านี้ ฯลฯ แล้วก็ผัดไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ไม่ได้ทำแม้ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม เพราะพอถึงวันที่เราว่าง มันก็จะมีอะไรใหม่เข้ามาแทรกอีกอยู่ดี ซึ่งการผัดวันประกันพรุ่งนี้เองก็น่ากลัวไม่แพ้กับความขี้เกียจเลยทีเดียว

4. ท้อ
การประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน หลายๆ ครั้งระหว่างทางต้องพบกับความผิดหวัง บ้างก็ต้องรอคอยโอกาสที่บางทีก็รอนานจนดูเหมือนจะไม่มีวันถึง สิ่งที่ตามมาคือความท้อ การรู้สึกว่าสิ่งที่ทำคงไม่มีวันสำเร็จ บ้างก็รู้สึกว่าการตัดสินใจที่ผ่านมาคงเป็นสิ่งที่ผิดและอยากเลิกทำเสียกันตอนนี้ จะว่าไปแล้วนั้น การท้อคงเป็นสิ่งที่ควบคู่กับการลงมือพยายามและฝึกฝน แม้แต่คนเก่งๆ เองก็จะมีจังหวะที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลายากลำบากอยู่เหมือนกัน แต่สิ่งที่จะทำให้ก้าวข้ามไปได้คือพลังใจที่จะไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นว่าความสำเร็จจะอยู่ตรงหน้าในวันหนึ่ง


:lol: :lol: คณะของเราผิดหวังตั้งแต่เริ่มต้นขอวีซาแล้วครับ ส่วนตัวผม "ท้อ" โผล่เข้าใจแล้ว ดีที่มีพรรคพวกคอยเป็นกำลังใจให้ "สู้ " อย่ากลัวหรือกังวลเราไปแก้ปัญหาเอาข้างหน้า ๑๕ วันถ้าคิดบวกมันก็ไม่น้อย ผมและคุณนายเดินทางไปเชียงรายเมื่อ ๑๐ เม.ย. เรานัดคุยกันในวันที่ ๑๑ เม.ย.เพื่อปรับแผน จากนั่งเรือที่ท่าเชียงแสนเข้าก่วนเหลยแล้วปั่น เป็นนั่งรถไปเชียงของผ่านด่าน สปปล.ลาว นั่งรถไปสิบสองปันนา แล้วนั่งรถต่อไปจนถึงลี่เจียง แล้วค่อยปั่นลง

เมื่อเราทำตามแผนที่ปรับปรากฏว่า รถโดยสารจีนที่จะพาพวกเราเข้าสิบสองปันนา ไม่สามารถบรรทุกจักรยานทั้ง ๕ คันได้ เราจึงต้องคิดและหาวิธีแก้ไขให้ไปจนได้
:( :(
แนบไฟล์
22625.jpg
S__9166852.jpg
S__9166859.jpg
ติดต่อรถขอให้ได้โดยสารไปแค่สิบสองปันนา อย่างไร ๆ ก็ไม่ได้คนรถอ้างว่าช่วงนี้คนจีนมาเที่ยวไทยเยอะ สิ่งของสัมภาระมีมากถ้าให้จักรยานทั้ง ๕ คัน สัมภาระของคนอื่นก็ตกค้าง คงให้แค่ ๓ คัน และรถก็มีแค่เที่ยวเดียวต่อวัน เราต้องแก้ปัญหาทำอย่างไรจึงจะไปพร้อมกันได้
DSC_0038.JPG
เราพากันไปหาอะไรใส่ท้องให้อิ่มก่อนเพื่อว่าจะได้มีอารมณ์ในการเจรจา เป็นความโชคดีที่แม่ค้าคงได้ยินเราสนทนากัน ก็เลยแนะนำผู้ประกอบการรถรับจ้างให้เผื่อว่าเราจะสนใจ ซึ่งต้องเหมาไปครับ
DSC_0039.JPG
กินข้าวเสร็จพวกเราย้อนกลับไปที่ท่ารถทัวร์จีนอีกครั้ง พบผู้จัดการขอร้องให้พาเราไปด้วยปรากฏว่า ตั๋วเต็มหมดแล้วไปไม่ได้ ต้องรอวันต่อไป แต่วันต่อไปก็ไปได้แค่ ๓ คันเท่านั้น
DSC_0040.JPG
เราจึงกลับมาหาที่พักและไปติดต่อรถที่แม่ค้าบอกให้ สุดท้ายเราต้องเหมารถปิคอัพให้ไปส่งที่สิบสองปันนา ตามแผน ราคาคันละ ๑๒,๐๐๐ บ.ก็ดีกว่าไม่ได้ไป รุ่งเช้ารถมารับช่วงเวลา ๐๗.๓๐ น.เริ่มออกเดินทางกัน
DSC_0041.JPG
แวะพักปั๊มน้ำมันลาว เดี๋ยวนี้มีห้องน้ำให้แล้ว ไม่เหมือนแต่ก่อนนับว่าพัฒนาไปพอสมควร แต่ก็นั่นแหละสุขอนามัยยังแย่
DSC_0043.JPG
DSC_0045.JPG
แปลกครับไก่มันไปทำอีท่าไหนหลุดเข้าไปอยู่ในกระบังหน้ารถ ไม่ตายไม่บาดเจ็บต้องช่วยกันงัดออกกว่าจะออกก็กินเวลา เป็นความโชคดีของโชเฟอร์ที่ได้ไก่เป็นของแถม คนขับเอาฝากไว้ร้านอาหารขากลับค่อยมารับเอาคืน เราบอกให้คนขับนำไปเลี้ยงแพร่พันธ์อนาคตไก่จะให้คุณ ๕๕ ไม่รู้จะเชื่อไหม ถ้าไม่เชื่อ "กรรมของไก่" คงเป็นอาหารอันโอชะแน่ ๆ
DSC_0047.JPG
DSC_0048.JPG
DSC_0049.JPG
ได้เวลามื้อเที่ยงคนรถได้พาไปยังภัตราคารเพื่อทานมื้อเที่ยงอาหารใช้ได้ครับ
DSC_0051.JPG
DSC_0053.JPG
DSC_0055.JPG
ที่บ่อเต็นชายแดนลาว-จีน เปลี่ยนแปลงไปมาก ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทราบว่าจีนได้เช่าพื้นที่ ๙๙ ปี สร้างเมืองใหม่ ตัดถนนหนทางเป็นแบบเมืองจีน ใครไปบ่อเต็นภายในปีหน้าจะเห็นโฉมใหม่ ประเทศไทยเราก็กำลังจะโดนเช่า ๙๙ ปีเหมือนลาวแล้วครับ จีนไปที่ไหนความยิ่งใหญ่ตามไปทุกที่ครับ ขอพระสยามเทวาธิราช ช่วยปกปักรักษาดินแดนไทยไว้อย่าให้ใครมาเช่าถึง ๙๙ ปีเลย เพี๊ยง .
DSC_0056.JPG
ด่านจีน(บ่อฮั่น)สัมภาระทั้งหลายต้องนำไปเอ็กซเรย์ทุกชิ้นยกเว้นจักรยาน ครั้งนี้ด่านจีนสบายกว่าแต่ก่อน เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือดีมาก พาไปเขียนใบผ่านแดนด้วยตัวเอง เสียอย่างเดียวภาษาอังกฤษ พี่แกไม่ยอมใช้เลยมีความเชื่อจากประสบการณ์นะครับ ในอนาคตภาษาจีนจะเป็นภาษาที่ครองโลก (คนใช้เยอะ) ถึงขั้นอาจจะแทนที่ภาษาอังกฤษกันเลยทีเดียว วันนี้เรา Stamp Passport เป็นวันแรกที่เหยียบแผ่นดินจีน เราคงเหลือเวลาอีก ๑๔ วันเท่านั้น คิด ๆ แล้ว หงุดหงิดใจ เป็นห่วงเกรงจะไม่สนุกครับ เพราะกังวลเรื่องของระยะเวลาและวัน
DSC_0057.JPG
กว่าจะหลุดจากบ่อฮั่นจีนได้ต้องเสียเวลาพอสมควรเพราะ การก่อสร้างและรถนักท่องเที่ยว ตลอดจนรถขนสินค้า เราเห็นรถ ๒๔ ล้อบรรทุกแตงโมที่ปลูกในลาว เป็นสิบ ๆ คัน จอดเรียงรอคิวผ่านแดน แตงโมผลใหญ่ ๆ ปลูกไว้ให้คนจีน คนลาวก็คงต้องกินผลเล็ก ๆ เหมือนคนไทย ทุเรียนผลดี ๆ ขนไปเมืองจีนที่เหลือก็คือเศษ ๆ ที่ราคาก็แสนแพง ของดีถ้าแพงเราเต็มใจซื้อก็ไม่น่าจะบ่น แต่ของเกรด ซี ดันแพงพอ ๆ เกรด เอ มันเจ็บใจใช่ไหมครับ
DSC_0058.JPG
DSC_0063.JPG
DSC_0078.JPG
หลุดจากด่านรถก็พาเราวิ่งบนถนน R 3 A สู่ดินแดนสิบสองปันนา เส้นนี้เมื่อ ๖ - ๗ ปีที่ผ่านมาผมและเพื่อน ๆ ได้ปั่นกันแล้วมีอุโมงค์ที่ต้องลอดถึง ๒๕ ที่ ช่วงนั้นถนนยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ตอนนี้เขาห้ามเด็ดขาด ระวังอย่าไปแหยมเพราะถ้าถูกจับจะคุยยาก แต่เห็นมีคนลองดีกันไม่รู้ว่าโดนจับกันไหม? ถ้าโชคดีก็แค่เจ้าหน้าที่ไล่ให้ลง โชคร้ายโดนปรับหลายตังค์นะครับ ไปบ้านเขาเมืองเขาให้เคารพกฏกติกาของเขาไว้ ปลอดภัยครับ (ดีกว่าด้วย)
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 11 พ.ค. 2019, 04:30

"..สวัสดีครับ ขอบคุณมาก.."
แนบไฟล์
20190409_213406.jpg
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 11 พ.ค. 2019, 05:38

:) :D อรุณสวัสดิ์ครับคุณพี่เนตรตลอดจนท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่าน ผมพินิจพิจารณาภาพที่คุณพี่ส่งมาทักทาย ได้อารมณ์ดีมาก มันเวิ้งว้างกว้างไกลสุดสายตาจินตนาการย้อนรำลึกนึกถึงการเดินทางของคณะเรา สู่เมืองจีนก็มีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังเป็นข้อคิดสักนิดนึงครับว่า :

:o :o การเดินทางคือชีวิตหรือชีวิตคือการเดินทาง บางครั้งเดินทางไกล บางครั้งเดินทางใกล้ ซึ่งเป็นการเดินทางภายนอก ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ ได้พบกับผู้คน ส่วนการเดินทางภายนอกซึ่งหากไม่สังเกตให้ดีจะมองไม่เห็น มนุษย์ทุกคนต่างก็กำลังเดินทาง ไปตามวันเวลา เด็กเดินทางสู่ความเป็นหนุ่มสาว ผ่านไปสู่วัยกลางคน และเขาสู่วัยชรา จากนั้นก็สิ้นสุดการเดินทางเมื่อมรณภัยมาเยือน การเดินทางคือส่วนหนึ่งของชีวิต ธรรมดาของชีวิตเป็นไปดั่งนี้ แต่ทว่าก่อนที่จะเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย ขอใช้เวลาที่เหลืออยู่เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆตามสมควรแก่โอกาส ใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่า ก่อนที่จะเดินผ่านไปจากโลกใบนี้ (พระมหาบุญไทย ปุญญมโน)

การเดินทางครั้งนี้ของผมและคณะตามแผนที่วางไว้ ถ้าเป็นไปตามแผนผมคงไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่เมือ่เปลี่ยนแผนจากการปั่นเป็นการมานั่งรถแทน ใจผมคิดว่ามันคงเสมือนการไปเที่ยว แต่ไม่ใช่ครับผิดถนัดการเดินทางครั้งนี้ ถือได้ว่า โหด ครับ :lol: :lol:
แนบไฟล์
DSC_0079.JPG
DSC_0081.JPG
DSC_0085.JPG
DSC_0086.JPG
DSC_0088.JPG
DSC_0091.JPG
DSC_0093.JPG
DSC_0100.JPG
รถเหมาที่เราเหมาจากห้วยทรายได้พาพวกเราเดินทางไปบนถนน R 3 A มุ่งหน้าสู่เมืองสิบสองปันนา ครั้งแรกในใจผมคิดว่าคงถึงไม่เกินบ่ายสองโมง ที่ไหนได้ไปถึงห้าโมงเย็นเลยละครับ เรียกว่านั่งกันหลังขดหลังแข็ง ดีที่ว่าคนรถเข้าใจหาที่จอดให้ได้ผ่อนคลายตามปั๊มดี ๆ เป็นช่วง ๆ เรียกว่าได้คลายทุกข์บ้าง เมื่อเราถึงสิบสองปันนา เราขอให้ไปส่งที่ท่ารถเพื่อหารถเดินทางต่อไปยัง ต้าลี่ หรืือ ลี่เจียง แต่ปรากฏว่าไม่มีครับ มีสองทางเลือกให้เราได้ตัดสินใจ

๑.นอนที่สิบสองปันนา หรือ ๒.เดินทางต่อไปยังคุนหมิง เพราะมีรถจะออกเวลา ๒๑.๔๕ น. ทุกคนลงความเห็นพ้องต้องกันว่า เราเดินทางต่อไปคุนหมิงน่าจะดีกว่า เพราะคุนหมิงเป็นเมืองใหญ่ รถที่ขึ้นถึงแชงกีลาน่าจะมี

เมื่อตัดสินใจอย่างนั้นเฮียใหญ่ซึ่งพอรู้ภาษาจีน จึงติดต่อรถช่วงนี้แหละครับเราเจอเทคนิคกลโกงของคนรถจังเบอร์
S__10108932.jpg
S__10108933.jpg
S__10108935.jpg
S__10108941.jpg
คนรถให้รถเหมาของเรานำรถไปเทียบและเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถบัสคันใหญ่เพื่อมุ่งหน้าสู่นครคุนหมิง เมื่อเปลี่ยนถ่ายรถเรียบร้อยคนรถเหมานิสัยดี ก็ร่ำลาและอวยพรให้พวกเราเดินทางปลอดภัยและสนุกกับการท่องเที่ยว ส่วนเขาก็จะกลับห้วยทรายเลย (คิดว่าคงต้องนอนแค่ที่บ่อฮั่นเพราะด่านปิดแล้ว) ไม่ลืมที่จะขอบใจหลาย ๆ ที่พาเรามาถึงสิบสองปันนาโดยสวัสดิภาพ

จากนั้นเราก็พากันไปซื้อตั๋วจากสิบสองปันนาถึงคุนหมิงราคาคนละ ๒๔๗ หยวน รถออกเวลา ๒๑.๔๕ น.จากนั้นเราก็พากันไปกินข้าวซึ่งร้านก็อยู่ใกล้ ๆ ท่ารถครับ
DSC_0102.JPG
DSC_0103.JPG
DSC_0105.JPG
DSC_0106.JPG
S__10108943.jpg
S__10108945.jpg
S__10108947.jpg
S__10108948.jpg
ทานมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากอิ่มเราก็นั่งคุยกันฆ่าเวลา จนเวลาใกล้เข้ามาเราก็พากันไปเพื่อขึ้นรถ แต่ปรากฏว่าคนรถขอให้เรานั่งแท๊กซี่ไปขึ้นข้างนอก โดยคนรถเป็นคนออกค่าแท๊กซี่ (เราก็พากันแปลกใจ) แท๊กซี่นั่งได้แค่ ๔ คน ดังนั้นคนรถมันจึงขอให้เฮียใหญ่ไปนั่งรถบัส ให้เรา ๔ คนนั่งแท๊กซี่ รู้สึกตกใจพอสมควรตามวิสัยตำรวจเก่า ก็พยายามเก็บหลักฐานให้คุณนายไปถ่ายภาพคู่กับคนขับแท๊กซี่ไว้ด้วย

แท๊กซี่พาเราไปปล่อยลงที่ปั๊มนอกเมืองจากนั้นรถบัสก็ตามมารับ คนรถเดินมาเก็บค่ารถ เราก็เอาตั๋วให้ดู มันบอกไม่ใช่เถียงกันเป็นนาน สุดท้ายต้องจ่ายเพิ่มอีกคนละ ๒๖๙ หยวน ผมฟังที่มันโล้งเล้ง ๆ กับเฮียใหญ่ฟังไม่รู้เรื่อง สรุปได้ว่าเราต้องมาจ่ายข้างนอกไม่ใช่ไปซื้อตั๋วที่ชานชาลา

สรุป..เรื่องนี้มันโกงกันครับ เราทำอะไรไม่ได้เรียกว่า "ผีเข้าป่าช้า ไม่เผาก็ต้องเผา" จึงเป็นบทเรียนบทแรกของทริปนี้ให้เราต้องระมัดระวังตัวกันมากขึ้น เมื่อครั้งสมัยหนุ่มไปอบรมสัมมนาท่ี่ใต้หวันก็เคยไปพะบู๊ที่ใต้หวัน จนต้องนำฑูตทหารมาไกล่เกลี่ย ซึ่งเรื่องนั้นยังสอนใจรำลึกว่า ต่างเมืองให้ใจเย็น ๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันใจผมอยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่เฮียใหญ่ขอให้จบเพื่อการเดินทางจะได้ราบรื่น กับเงินไม่กี่พันถือว่า "ใช้วิบากกรรม" ครับ...เฮียใหญ่คิดดีมาก ถ้าไม่มีเฮียใหญ่ทริปนี้คง "ล่ม" ... สาธุ สาธุ สาธุ ครับ.

ฝากไว้ครับใครเดินทางไปเมืองจีนจะขึ้นรถลงเรือ สอบถามให้แน่ใจและควรไปให้ถูกจุดอย่าเชื่อใจใครโดยเด็ดขาดครับ ความหวังดีแต่เบื้องต้นสุดท้ายมันก็พวก "คอรัปชั่น" หรือ "เหลือบสังคม" นั่นเองต้องระวังกันครับ.
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 10 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน