????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

บอร์ดสำหรับ นักปั่นทัวร์ริ่ง นักปั่นระยะทางไกล พูดคุยเรื่องอุปกรณ์ เทคนิตการปั่น ที่พัก หรือการกินอยู่

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 30 พ.ค. 2019, 04:57

ลุงเนตร เขียน:"..สวัสดีครับ น้องแดง และท่านอื่น ๆ ../.. ขอบคุณมากครับสำหรับบทสรุปทริปและภาพถ่าย.."

:) :D อรุณสวัสดิ์ ท่านผู้มีเกียรติ และท่านพี่ที่เคารพทุกท่านครับ จากที่สรุปอย่างคร่าว ๆ ว่าเรายังเหลืออีก ๑๐ วันที่จะมีสิทธิ์อยู่เมืองจีน ในขณะที่ระยะทางเหลืออีกนับพันกิโล มันได้สร้างความทุกข์ใจเล็ก ๆ ให้เกิดกับผมพอสมควร เพราะเป็นห่วงที่สุดก็คุณนายผมนี่แหละครับ ห่วงว่าจะกลายเป็นตัวถ่วงของคณะ ซึ่งข้อนี้ผมได้บอกทุกคนในทีมแล้วก่อนที่จะเดินทาง และเมื่อเริ่มปั่นอย่างจริงจัง คือเริ่มแต่แชงกีลาผมต้องบริหารใจของผม ให้นิ่งและเป็นสมาธิตัดความกังวลใด ๆ ออกจากใจ หากคุณนายจะเป็นตัวถ่วงบรรดาขาแรงเขาจะไปก่อน "ปล่อยเขาไป" เราต้องเอาคนของเราไว้รักษาน้ำใจคนของเราไว้

โชคดีครับทีมมีน้ำใจ เข้าใจ ทริปนี้จึงจบด้วยความสุข เราปรึกษาหารือตัดสินใจร่วมกันตลอดการเดินทาง ช่วงไหนจะทำอย่างไร อยู่อย่างไร สรุปว่าพวกเราใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า ไม่มีใครถ่วงใครทุกคนได้ตามที่ตัวเองฝันทุกคน ครับโปรดติดตามระยะเวลา ๑๐ วันเราทำอย่างไรจึงคุ้มค่าคุ้มเวลา :) :D


แนบไฟล์
199210.jpg
253235.jpg
S__60309507.jpg
S__60309510.jpg
S__60309511.jpg
S__60309512.jpg
S__60350472.jpg
วัดต้าฝอช่วงเช้าก่อนที่เราจะเดินทางไปยังวัดซงจ้านหลิน
DSC_0463.JPG
DSC_0465.JPG
DSC_0466.JPG
DSC_0468.JPG
DSC_0469.JPG
DSC_0472.JPG
DSC_0479.JPG
DSC_0480.JPG
DSC_0482.JPG
DSC_0484.JPG
DSC_0486.JPG
DSC_0487.JPG
พวกเราปั่นหาทางเข้าหลงไปก็หลงมา สรุปทางที่จะเข้าไปยังวัดซงจ้านหลิน น่าจะมีทางเดียวคือทางที่ต้องซื้อบัตรเพื่อผ่านเข้าไปยังตัววัด หน้าที่ซื้อตั๋วเป็นหน้าที่ของคุณนายครับ เมื่อได้ตั๋วเรียบร้อยก็พากันไปขึ้นรถบัสบริการนักท่องเที่ยวซึ่งจอดเรียงกันเป็นสิบครับ รถจะมาเทียบตรงกะไดเดินลงจากอาคาร เรียกว่าเต็มคันออก ๆ คันใหม่จะเข้ามาแทน นักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ ครับ
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 31 พ.ค. 2019, 04:59

:) :D วัดซงจ้านหลิน (Songzanlin) อยู่ห่างจากตัวเมืองจงเตี้ยนไปทางเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร สร้างในสมัยทะไลลามะองค์ที่ ๕ ในช่วงศตวรรษที่ ๑๘ ตรงกับสมัยจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง สร้างจำลองแบบจากพระราชวังโปตาลา (Potala) ในกรุงลาซา (Lhasa) วัดซงจ้านหลินเป็นวัดนิกายลามะหมวกเหลือง แบบธิเบตที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน มีความเคร่งในเรื่องพระธรรมวินัย มากกว่า นิกายหมวกแดง อายุเก่าแก่กว่า ๓๐๐ ปี และในช่วงที่มีเทศกาล ชาวทิเบตที่นี่ยังคงรักษาประเพณีที่จะจัดขึ้นตามวัดสำคัญๆ เหล่านี้ ด้วยการเต้นระบำหน้ากากและเป่าแตรงอน จำนวนของลามะที่เข้ามาศึกษา และบวชเรียนที่นี่ในบางครั้งมีมากกว่า ๓๐๐ รูป ประวัติพระราชวังโปตาลาซึ่งค้นจาก วิกิพีเดียได้กล่าว่า

:idea: :idea: พระราชวังโปตาลา (ภาษาทิเบต : པོ་ཏ་ལ།, การแปลโดยระบบไวลี: Po ta la ; อักษรจีนตัวย่อ: 布达拉宫; อักษรจีนตัวเต็ม : 布達拉宮) ตั้งอยู่ที่กรุงลาซา เขตปกครองตนเองทิเบต ประเทศจีน พระราชวังแห่งนี้อยู่เหนือกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,600 เมตร บนที่ราบสูงทิเบต พระราชวังซึ่งเป็นทั้งป้อมปราการ และ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าซรอนซันกัมโป ผู้เป็นปฐมกษัตริย์แห่งจักรวรรดิทิเบต ตัวพระราชวังถูกทำลายและสร้างใหม่หลายครั้งหลายคราว จนถึงรัชสมัย ทะไลลามะ องค์ที่ 5 ใน ค.ศ. 1617 - 82 มีพระบัญชาให้สร้างปราสาทนี้ในลักษณะของวังซ้อนวัง พระราชวังวงนอกเรียกว่า วังขาว เพราะทาสีขาว สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1648 พระราชวังชั้นในเรียกว่า วังแดง ได้ชื่อตามผนังที่ทาสีแดง ซึ่งสร้างที่หลังวังขาวเกือบ 50 ปี พระราชวังโปตาลามีระเบียงที่มีภาพเขียนสีเรียงซับซ้อน มีทั้งบันไดไม้บันไดหิน มีห้องสวดมนต์ที่ตกแต่งสวยงาม มีรูปเคารพเกือบสองแสนองค์ ปัจจุบันพระราชวังโปตาลากลายเป็นพิพิธภัณฑ์และสถานสักการะ ภายในวังขาว มีสำนักงาน โรงเรียนศาสนา ส่วนวังแดงเป็นส่วนที่ยังใช้ประกอบพิธีกรรมอยู่ เป็นศูนย์รวมใจของโปตาลา :idea: :idea:
แนบไฟล์
22625.jpg
พระราชวังโปตาลาซึ่งตั้งอยู่ ณ กรุงลาซาในทิเบต ภาพนี้ก๊อปปี้มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ครับ
DSC_0471.JPG
วัดซงจ้านหลินที่ไปจำลองแบบมาจากพระราชวังโปตาลา ครับ
DSC_0495.JPG
DSC_0497.JPG
DSC_0498.JPG
DSC_0501.JPG
DSC_0503.JPG
DSC_0504.JPG
DSC_0507.JPG
DSC_0508.JPG
DSC_0509.JPG
DSC_0511.JPG
DSC_0518.JPG
DSC_0519.JPG
DSC_0521.JPG
DSC_0522.JPG
DSC_0523.JPG
DSC_0525.JPG
DSC_0526.JPG
DSC_0527.JPG
ภายในตัววัดมีหลาย ๆ จุดห้ามถ่ายภาพ และมีหลายจุดที่ห้ามขึ้น ห้ามเข้า มีหลายจุดเป็นที่พระท่านนั่งสาธยายมนต์ ซึ่งนิสัยไม่ดีของผมหน้ามึนครับ กดชัตเตอร์เก็บภาพ กราบขออโหิกรรมกับพระและทางวัดด้วย (ไม่ทราบว่าเขาจะหวงทำไม ?)
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 31 พ.ค. 2019, 05:04

"..ขอบคุณมากครับ.."
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 31 พ.ค. 2019, 05:28

:) :) ผมพยายาค้นในยูทูปเพื่อหาวีดีโอที่เก็บภาพภายในวัด ที่ได้เยอะ ๆ เพื่ออยากให้ท่านที่เข้ามาชมจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ ในศิลปะวัฒนธรรมของชาวพุทธในธิเบต ค้นเป็นนานไม่ถูกใจสักชุด มีอยู่ชุดนี้ที่พอจะได้ภาพถูกใจ ก็ขอขอบคุณเจ้าของผู้ถ่ายทำวีดีโอชุดนี้ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ และภาพที่นำให้ได้ชมเป็นภาพจากพวกเราทั้ง ๕ คน อาจจะมีดูเหมือนซ้ำ ๆ กัน แต่ขอให้พิจารณานะครับว่า เป็นแต่ละมุมมองคนละอารมณ์ไม่เหมือนกันแน่นอนครับ (ขออภัยหากไม่ถูกใจ) :) :)

แนบไฟล์
703781.jpg
703782.jpg
703783.jpg
703784.jpg
703785.jpg
703786.jpg
703787.jpg
703788.jpg
703790.jpg
703791.jpg
703792.jpg
S__13369380.jpg
S__13369381.jpg
S__13369382.jpg
S__13369383.jpg
S__13369385.jpg
S__13369387.jpg
DSC_0532.JPG
DSC_0535.JPG
DSC_0536.JPG
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 01 มิ.ย. 2019, 06:42

:) :Dสวัสดียามเช้าครับ ผมอาจจะเดินเรื่องช้าเนื่องจากมีภาพเยอะ ทั้งนี้เป็นเจตนาของผมที่อยากจะนำพาท่านที่คิดว่า "ชาตินี้ก็คงไม่ได้ไป" ที่กล่าวอย่างนี้ไม่เจตนาดูถูกใคร ๆ แต่เป็นเรื่องจริงมีคนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของผม เล่าให้ฟังว่า "โอกาสและวาสนาที่จะได้ไปแบบนี้ คงไม่มีขอติดตามและไปด้วยทางการเล่าสู่ฟังแค่นี้" นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมพยายามลงภาพให้ท่านนั้นได้เห็นภาพเยอะ ๆ ครับ

เราออกจากวัดเซินจ้านหลินนั่งรถบัสที่รอรับ - ส่ง บริเวณลานจอดกลับถึงที่เราต้องจอดเก็บจักรยานไว้ ก่อนที่จะไปซื้อตั๋วเพื่อต่อไปยังวัด ผมยังสงสัยครับว่า "นอกจากนั่งรถที่เขาบังคับ มันต้องมีอีกทางไหมที่ไม่ต้องนั่งรถ" คำตอบนี้ยังคาใจผมอยู่ทุกวันนี้ ผมเชื่อนะว่ามันน่าจะมีทางเข้าอีกสักทางสองทาง นี่ถ้าอยู่ต่ออีกสัก ๓ - ๔ วันคงได้คำตอบ ใครทราบช่วยเข้ามาบอกผมหน่อยนะครับ...

เวลาในภาพขอให้ท่านบวกไปอีก ๑ ชม.นะครับ ผมลืมตั้งค่าในกล้อง เวลาในจีนจะเร็วกว่าไทยครับ เมื่อรถบัสมาส่งจุดลงรถเราก็ไปยังจักรยายของเรา ปั่นเข้าตัวเมืองแวะทานมื้อเที่ยงก่อนไปเอาสัมภาระของพวกเราที่ฝากไว้ที่โรงแรม แล้วออกเดินทาง..อำลา แชงกีลา มุ่งหน้ากลับเมือง ลี่เจียง ขณะที่จะออกจากแชงกีลาเราก็เจอกับคาราวาน Big Bike ผมจะปั่นท้ายขบวนเป็นส่วนระวังหลัง มองเห็นขบวนบิคไบค์ผ่านเราไป มันช่างแตกต่างกันสิ้นเชิง แต่บรรดาบิคไบค์ก็ยกนิ้วให้พวกเรา "ความสุขของคนไปคนละแบบ" แต่เชือครับว่า บิคไบค์เขาอิจฉาพวกเราครับ ๕๕๕ :lol: :lol:
แนบไฟล์
28๑.gif.jpg
82247.jpg
DSC_0537.JPG
DSC_0540.JPG
DSC_0544.JPG
DSC_0545.JPG
DSC_0548.JPG
DSC_0550.JPG
DSC_0554.JPG
DSC_0555.JPG
DSC_0557.JPG
DSC_0559.JPG
DSC_0562.JPG
DSC_0564.JPG
DSC_0567.JPG
DSC_0570.JPG
DSC_0572.JPG
DSC_0574.JPG
DSC_0575.JPG
DSC_0576.JPG
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 01 มิ.ย. 2019, 07:02

:) :) :D :D
แนบไฟล์
1555943131054.jpg
S__12877830.jpg
S__13041736.jpg
S__13369402.jpg
DSC_0577.JPG
DSC_0578.JPG
DSC_0580.JPG
DSC_0582.JPG
DSC_0583.JPG
DSC_0584.JPG
DSC_0585.JPG
DSC_0588.JPG
DSC_0589.JPG
DSC_0595.JPG
DSC_0596.JPG
DSC_0598.JPG
DSC_0601.JPG
DSC_0603.JPG
DSC_0604.JPG
เป็นระเบียบและข้อตกลงของพวกเราว่า "เมื่อเวลา ๑๖.๐๐ น.เป็นต้นไปเราจะต้องหาที่พักให้ได้ เราจะไม่ไปต่อ" โดยประสบการณ์แล้วมีหลาย ๆ ครั้งที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เมื่อเดินทางปั่นต่างประเทศเช่นในเวียตนาม มีครั้งหนึ่งคณะที่ไปด้วยกันตั้งเป้าหมายการปั่น เมื่อยังไม่ถึงเป้าก็ต้องปั่นต่อทั้ง ๆ ที่ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา สุดท้ายหาที่พักไม่ได้ก็ปั่นไปเรื่อย ๆ ในที่สุดต้องนอนกลางป่า ถามว่ามันส์ไหม สำหรับผมตอบได้คำเดียวว่า "ชอบ"

แต่ช่วงไหนที่พาคุณนายไปด้วย ผมจะไม่ประพฤติเด็ดขาด "ผู้หญิงไม่เหมือนผู้ชาย และไม่มีความจำเป็นใด ๆ ต้องพาไปลำบากขนาดนั้น"
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 03 มิ.ย. 2019, 05:03

:) :D วิธีสร้างความสุขง่ายๆ

หนังสือ Time Magazine บอกว่า ที่อเมริกา มีงานวิจัยพบว่าคนที่มีความสุขมากที่สุดในโลก คือพระในพุทธศาสนา โดยทดสอบด้วยการสแกนสมองพระที่ทำสมาธิ และได้ผลลัพธ์ออกมาว่าเป็นจริง

+ หลักความเชื่อของศาสนาพุทธคือ เหตุที่ทำให้เกิดความสุขนั้น ก็คืออยู่กับปัจจุบันขณะปล่อยวางได้ ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ควบคุมความอยากที่ไม่มีสิ้นสุด

+ ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ทะเลาะ และใช้หลักเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ให้อภัยตัวเองและผู้อื่น มีจิตใจเมตตา กรุณา และเสียสละเพื่อผู้อื่น

+ อริยสัจ4 สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบและบอกไว้ด้วย ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค แท้จริงแล้วก็คือทางเดินไปหาคำว่า "ความสุข" เพราะถ้าเมื่อไรเรากำจัด "ความทุกข์" ได้แล้ว ความสุขก็จะเกิดขึ้น

+ อุปสรรคของความสุขก็คือแรงปรารถนาและตัณหา คนเราจะมีความสุขไม่ขึ้นอยู่กับว่า"มีเท่าไร" แต่ขึ้นอยู่ที่ว่า เรา "พอเมื่อไร" ความสุขไม่ได้ขึ้นกับจำนวนสิ่งของที่เรามี หรือเราได้...

+ ดังนั้นวิธีจะมีความสุข อันดับแรกต้อง "หยุดให้เป็น และ พอใจให้ได้" ถ้าเราไม่หยุดความอยากของเราแล้วละก็ เราก็จะต้องวิ่งไล่ตามหลายสิ่งที่เรา "อยากได้" แล้วนั่นมันเหนื่อย และความทุกข์ก็จะตามมา...

+ ข้อต่อมาที่ทำให้เราเป็นสุขคือ การมองทุกอย่างในแง่บวก ชีวิตแต่ละวัน แน่นอนเราต้องเจอทั้งเรื่องดีและไม่ดี ถ้าเราอยากจะมีความสุข เราต้องเริ่มด้วยการมองแต่สิ่งดีๆ มองให้เป็นบวก เพื่อใจเราจะได้เป็นบวก คิดถึงสิ่งที่เราทำสำเร็จแล้วในวันนี้ สิ่งดีๆที่เราได้ทำ

+ ข้อต่อมาคือการให้ หมายรวมถึงการให้ในรูปแบบสิ่งของหรือเงิน เรียกว่าบริจาค และการให้ความเมตตากรุณาต่อกัน ให้อภัยทั้งตัวเองและคนอื่น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัย ทำให้เรามีความสุข....

+ การปล่อยวางให้ได้ในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าเรื่องจะร้ายแรงและเศร้าโศกเพียงใด จำไว้ว่ามันจะโดนเวลาพัดพามันไปจากเรา ไม่ช้าก็เร็ว เราจะผ่านพ้นไปได้....และยอมรับในความเป็นจริงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที้เราไม่ชอบเพียงใด ไม่ว่าผิดหวัง สูญเสีย เจ็บป่วย ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา ทุกคนต้องได้ผ่านบททดสอบนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าเราจะเป็นใคร...

+ ทำตนเองให้สดใส ด้วยการยิ้มให้ตนเอง ทำคนอื่นให้สดใสได้ ด้วยการยิ้มให้เขา การยิ้มไม่ต้องลงทุนอะไรเลย แต่สร้างความสดใสได้มาก ทำให้เราเป็นสุขอยู่เสมอ เพราะความสุขมันอยู่ใกล้แค่นี้เอง แค่ที่ใจของเรานี่เอง
แนบไฟล์
1848390.jpg
3034937.jpg
1556059019849.jpg
1556059091753.jpg
S__13041741.jpg
S__60350477.jpg
เราพากันปั่นออกจากแชงกีลา มาตาม Local Road สองข้างทางท้องฟ้าโปร่งโล่งใส แดดแรงพอสมควรแต่ไม่ร้อนเพราะอากาศเย็นอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ ๑๖ - ๑๘ องศาเซลเซียส ลักษณะของทางเหมือน ๆ จะลาดลงนิด ๆ แต่ก็มีบางช่วงที่ขึ้นดอยบ้าง การปั่น ๓ ท่านเรียกว่าขาแรง (เฮียใหญ่ คุณชัยวัฒน์ และคุณพรต ) เป็นส่วนล่วงหน้า จะไปคอยเราสอง ๒ คนเป็นระยะ ๆ ที่ทางแยกบ้าง ปั๊มน้ำมันบ้าง เรียกว่าการเดินทางราบรื่น ไม่มีปัญหา ต้องขอบพระคุณท่านทั้ง ๓ ไว้ ณ ที่นี้ครับ

ตามเวลาที่ตกลงกันว่าเมื่อเวลา ๑๕ - ๑๖.๐๐ น.เราจะต้องหาที่พัก เมื่อถึงเวลาที่ตกลงกันส่วนล่วงหน้าคือ ๓ ขาแรงไปจอดรอเรา ๒ คนที่ทุ่งหญ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อไปสมทบกันแล้ว เรามองไปรอบ ๆ เห็นว่าเป็นจุดรับนักท่องเที่ยว จึงได้พากันเข้าไปสำรวจ มีที่พักร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ และสนามกีฬาผมเดา ๆ เอาว่า เป็นสนามประลองการขี่ม้ายิงธนู ของชาวทิเบต แต่ปรากฏหาคนเฝ้าไม่มีสักคน เราได้แต่พากันเดินรอบ ๆ ถ่ายภาพพยายามหาคนดูแลไม่เจอใครสักคน

โชคดีมีด่านตรวจตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่เราหยุดพัก จึงได้อาศัยสอบถาม (คุยรู้บ้างไม่รู้บ้างง ๕๕) ตำรวจบอกให้เราเดินทางไปอีกประมาณ ๒๐ กม.จะมีโรงแรมที่พัก เพราะที่นี่ไม่มีแล้วถ้ามีก็ต้องย้อนกลับไปอีก ๑๐ กว่าโลที่ผ่านมา เป็นอันว่าเราตัดสินใจเดินหน้า เนื่องจากข้อมูลที่ตำรวจให้ จากจุดที่เราอยู่จะเป็นทางลงเขาไปตลอดจนถึงตัวโรงแรม (ถูกใจ) ขอบคุณตำรงจออกเดินทางต่อ
DSC_0611.JPG
DSC_0613.JPG
DSC_0618.JPG
DSC_0627.JPG
DSC_0633.JPG
DSC_0637.JPG
DSC_0638.JPG
DSC_0640.JPG
DSC_0643.JPG
DSC_0645.JPG
๓ ขาแรงปั่นล่วงหน้าไป เรา ๒ คนตามหลังเรื่อย ๆ แต่ก็พยายามไม่ให้ช้า ต้องชื่นชมคุณนายที่ใจสู้สุดยอดครับ คือพยายามปรับตัวเองไม่ให้เหมือนเป็นตัวถ่วง ผมต้องคอยพยายามประคับประคองไม่ให้เร่งรีบ เกรงว่าจะเหนื่อยเกินกำลัง ประกอบกับเป็นพื้นที่สูงอากาศเบาบางจะเหนื่อยง่าย ต้องบอกคุณนายเสมอ ๆ ว่า "ไม่ต้องกังวล ถ้าเขาล่วงหน้าไม่รอ เราก็ไปกันสองคน ไม่เห็นจะยาก เน็ตก็มี จีพีเอส ก็มี กลัวอะไร"และผมก็ไม่ปั่นนำหน้าให้คุณนายเป็นคนนำตลอด (เพราะถ้านำเวลาสมาธิดี จิตนิ่ง จะปั่นแบบจิตว่างคือไปข้างหน้าแบบไม่รอใครเลย)

เราสองคนปั่นผ่านอุโมงค์ถึงจุดทางลงชันมาก พอลงไปถึงหมู่บ้าน คุณชัยวัฒน์มาดักรอที่ถนน ตะโกนเรียก (เราเลยไปแล้ว) เราจอดรถย้อนกลับมาที่คุณชัยวัฒน์ตะโกน เป็นโรงแรมที่พัก โชคร้ายทราบว่าเฮียใหญ่ไหลลงไปล่วงหน้าเลยไปไกล แต่คุณชัยวัฒน์โทรเรียกกลับมาแล้ว คุณนายไปสอบถามราคาและต่อรองราคา เจ้าของใจดีคุยสนุก คิดแค่ ๖๐ หยวน มีน้ำร้อนน้ำเย็นเรียบร้อย ไม่นานเฮียใหญ่ย้อนกลับมาสมทบ เราได้ห้องพักเรียบร้อย นัดกันอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จจะไปทานอาหารกัน ซึ่งร้านอาหารก็อยู่ตรงหน้าโรงแรมพอดิบพอดี
1555942304602.jpg
1555943975964.jpg
อาหารอร่อยมาก ๆ ครับ เป็นแบบมังสวิรัติทั้งหมด มีต้มจืดผัดเต้าหู้ผัดผัก เจ้าของร้านแถมเห็ดดองน้ำมันเป็นอาหารยอดนิยมชาวธิเบต เขาไว้กินกับข้าวต้ม ให้เราทดลองชิม ถาม อร่อยไหม งั้น ๆ ครับเพราะแข็ง และไม่มีรสออกเผ็ดนิด ๆ สรุปเราคงไม่ชิน โดยมารยาทก็บอกว่าอร่อย และพยายามเอาใจช่วยกันกินครับ พอใกล้จะหมดเขาก็จะเติมให้ เราต้องรีบบอก เสี่ย ๆ (ขอบคุณ ๆ ) พอแล้ว ๆ ๕๕๕๕

เสร็จมื้อเย็นที่แสนอร่อยก็แยกย้ายกันพักผ่อน ผมมาตรวจดูไมล์วัดระยะทาง ไม่น่าเชื่อว่าครึ่งวันเราสามารถมาได้ถึง ๙๒ กม.จากที่นี่ไปอีกร้อยกว่าโลก็จะถึงลี่เจียง เรียกว่าใจชื้นครั้งแรกประมาณไว้ ๒ - ๓ วันครับ
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 04 มิ.ย. 2019, 05:39

:idea: :idea: พระธรรมปิ ฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) (2551 : ออนไลน์) กล่าววา สุขของคฤหัสถ์ หรือ คิหิสุขหรือ กามโภคีสุข 4 สุขของชาวบ้าน สุขทีชาวบ้านควรพยายามเข้าถึงให้ได้สมําเสมอ สุขอันชอบธรรมทีผู้ครองเรือนควรมี

1. อัตถิสุข คือ สุขเกิดจากความมีทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิมใจ ว่าตนโภคทรัพย์ทีได้มาด้วยนํ้าพักนํ้าแรงความขยันหมันเพียรของตน และโดยชอบธรรม

2. โภคสุข คือ สุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ เอิบอิมใจ วาตนได้ใช้ทรัพย์ ่ทีได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบําเพ็ญประโยชน์

3. อนณสุข คือ สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ เอิบอิมใจ วาตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร

4. อนวัชชสุข (สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ) คือ ความภูมิใจ เอิบอิมใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครๆ ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
:idea: :idea:


แนบไฟล์
DSC_0647.JPG
DSC_0648.JPG
DSC_0649.JPG
DSC_0650.JPG
DSC_0651.JPG
DSC_0652.JPG
DSC_0653.JPG
DSC_0654.JPG
DSC_0655.JPG
DSC_0657.JPG
เมื่อคืนที่ผ่านมาสำหรับผมถือว่าหลับเป็นสุขมากครับ ผมเล่าไว้แล้วว่ามาหนนี้แตกต่างจากทุก ๆ ครั้ง เพราะเราไม่ได้ติดเต้นท์มาด้วย เราตกลงกันว่าเราจะต้องนอนโรงแรม อันเนื่องมาจากเวลาที่ได้รับอนุญาตุให้อยู่ในประเทศนี้เพียงแค่ ๑๕ วัน หากนอนเต้นท์เกรงว่าเราคงท่องเที่ยวได้ไม่มากนัก การนอนโรงแรมสำหรับผมแล้วถือว่าไม่เป็นสิ่งพึงประสงค์อย่างยิ่ง เพราะจะทำให้เราติดสุขได้ง่าย และการมาครั้งนี้ประเมินไว้แล้วว่า "มาท่องเที่ยวแน่ ๆ" ซึ่งไม่เกินคาดเป็นเช่นนั้นจริง ผมจึงต้องวิรัติตัวเองยิ่งขึ้นโดยตั้งจิตอธิษฐานขอตั้งใจฝึกสมาธิในท่านอน ทุกครั้งก่อนนอนผมกับคุณนายจะร่วมกันสวดมนต์และทำภาวนาเป็นประจำ แต่มาครั้งนี้เราต่างคนต่างสวดต่างทำ โชคดีเป็นของผมออกเดินทางจากบ้านแต่ ๑๖ เม.ย.๖๒ ต้องลำบากกับการต่อรถนั่งรถกว่าจะถึงแชงกีลาสาหัสพอควร แต่รถของจีนเป็นรถนอนจริง ๆ คือได้นอนราบ ผมถือโอกาสนั้นทำสมาธิภาวนา ซึ่งสามารถทำใจให้เกิดปัญญาพิจารณาเห็นความเกิด - ดับ สุข - ทุกข์ ให้ได้พิจารณา จนจิตพอสมควรแก่เวลาจิตจะบอกให้พักโดยอัติโนมัติ ก่อนจะหลับสู่นิทรารู้สึกตัวตลอด เมื่อได้นอนบนเตียงก็ไม่ลืมทบทวนจิตเข้าสมาธิแบบที่เป็น ก็สามารถกำหนดได้ในที่สุดก็อนุมานว่าผมได้สำเร็จกิจของการฝึกสมาธิในท่านอนแล้ว แต่...๕๕๕ ยังครับ ยัง ยัง ต้องพิสูจน์กันต่อไปอีกนาน

คืนวันที่ ๒๒ เม.ย.๖๒ เป็นคืนถ้วน ๗ ของการเดินทางและเป็นวันที่ ๖ ที่อยู่ในเมืองจีนเรามีเวลาอีก ๙ วันที่จะต้องแสตมป์พาสปอร์ตกลับบ้านเมืองเรา ก่อนนอนทำกิจฝึกใจตามที่ตั้งใจ จิตดิ่งสู่ภวังค์คล้ายจะงีบหลับ ต้องรีบถอนจิตไม่ให้หลับปรากฏมีสิ่งสะกิดใจว่า "ไม่ต้องกังวลทันเวลาแน่นอน" ความปีติซาบซ่านสู่กาย เป็นความสุขอย่างยิ่ง ดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่น อยากจะตะโกนบอกคณะของเราไม่ต้องกังวล "ทันแน่" จำได้เป็นความดีใจแบบสุด ๆ กว่าจะดึงจิตกลับให้เป็นปกติใช้เวลาพอสมควร คืนนั้นกว่าจะงีบหลับได้ทำสมาธิจนดึก ตื่นเช้าสดชื่นแจ่มใสไม่เพลียเลย

ออกมานอกอาคารสูดโอโซนและเก็บภาพเส้นทางที่พวกเราพากันไหลลงเขามาเป็นระยะทาง ๓๐ กว่าโลไม่ธรรมดา เมื่อพรรคพวกออกจากโรงแรมพร้อมสัมภาระประกอบเข้าจักรยานเรียบร้อยพร้อมเดินทางเราพากันไปทานอาหารมื้อเช้าหน้าโรงแรมเหมือนเดิม ตั้งใจว่าจะสั่งแบบเมื่อวานตอนเย็น ไม่มีซะแล้วมีแต่หม่านโถกับข้าวต้ม (คนจีนไม่นิยมกินข้าวตอนเช้า เขากินเส้นหรือม่านโถครับ) เจ้าของร้านใจดีเสริฟเห็ดดองกินกับม่านโถให้อีก (แต่เรามีแยมพกพาแกล้มกับม่านโถ) เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่กินม่านโถแล้วรู้สึกได้ว่า "อิ่ม" ที่สำคัญอร่อยด้วย ม่านโถกินคู่กับชาแบบทิเบต (ใส่นม) ปกติผมจะไม่ดื่มนมแต่เช้านั้นจำเป็นเพราะเขาชงมาเป็นเหยือกแต่ก็โอเคนะ แปลกตรงที่จิตนิ่งเป็นสุขด้วย...?

เมื่ออิ่มหมีพีมันเรียบร้อยเราก็พากันอำลาเจ้าของร้านใจดี เดินทางมุ่งหน้าสู่ลี่เจียงต่อไปขอบคุณสวรรค์ที่ให้สิ่งอัศจรรย์แก่จิตที่เพียรฝึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ความกังวล วิตก มลายหายไปเหลือแต่ความมั่นใจและรอการพิสูจน์แค่นั้น
DSC_0657.JPG
DSC_0658.JPG
DSC_0661.JPG
DSC_0664.JPG
DSC_0665.JPG
DSC_0667.JPG
DSC_0668.JPG
DSC_0669.JPG
DSC_0671.JPG
DSC_0680.JPG
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย ลุงเนตร » 05 มิ.ย. 2019, 05:45

..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี และทุกท่านที่โชคดีติดตามกระทู้นี้ ที่ยิ่งนานวันยิ่งมีสิ่งดีๆ ขอบคุณมากครับ..
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 05 มิ.ย. 2019, 06:02

แนบไฟล์
82250.jpg
DSC_0671.JPG
DSC_0678.JPG
DSC_0680.JPG
DSC_0682.JPG
DSC_0685.JPG
DSC_0689.JPG
DSC_0690.JPG
อำลาเจ้าของโรงแรมใจดีทั้งสองสามีภรรยา มุ่งหน้าสู่เมืองลี่เจียง จากนี้ไปถนนส่วนใหญ่จะเป็นขาลง (ลงดอยตลอด) มีขึ้นบ้างแต่ไม่มากขาลงนี่เรียกว่าลงจริง ๆ ความเร็วถ้าไม่ควบคุมคงถึง ๑๐๐ กม./ชม แน่นอน ๓ หนุ่มขาแรงเริ่มปั่นก็ปล่อยให้ไหลแค่พริบตา หายไปทั้ง ๓ คน ผม ๒ คน ลุง-ป้า ค่อยประคองตามหลังไปเรื่อย ๆ ผมจะสอนคุณนายเสมอ ๆ " ขึ้นเหนื่อย ลงตาย" เป็นการป้องกันอันตราย ผมเคยลงเขาโดยใช้ความเร็วถึง ๙๐ กม./ชม รู้สึกได้ถึงอาการสะบัดของล้อ และหลังจากนั้นก็ไม่คิดและทำอีกเลย (เข็ดจนตาย) ความเร็วสูงสุดที่ปลอดภัยสำหรับการบรรทุกด้วยควรอยู่ที่ ๓๐ - ๔๐ กม./ชม แค่นี้พอนะครับ

เราสองคนลงเขาตามหลังขาแรงผ่านเมืองน่าจะ ๒ เมือง แต่ผ่านบ้านหลาย ๆ บ้าน เราชมสองข้างทางสูดโอโซนมาเรื่อย ๆ จนไปถึงทางข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำ ก็เจอ ๓ หนุ่มนั่งรอสอบถามคงรอนานละกระมัง เฮียใหญ่บอก ๓๐ นาทีได้ (๕๕๕ แน่นอนคงไหลลง ๖๐ กม./ชม.) เราเก็บภาพที่ระลึกร่วมกันจุดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ผมสนใจมากแต่คงไม่คิดที่จะแวะ พราะจุดหมายยังอยู่อีกไกล ความหวังจะให้ถึง "ลี่เจียง" ให้ได้
DSC_0693.JPG
DSC_0695.JPG
DSC_0697.JPG
DSC_0700.JPG
DSC_0701.JPG
DSC_0702.JPG
DSC_0704.JPG
DSC_0706.JPG
DSC_0708.JPG
DSC_0709.JPG
DSC_0710.JPG
DSC_0712.JPG
ข้ามฝั่งสะพานไปยังอีกฟากหนึ่งมุ่งหน้าเดินทางกันต่อ ๓ หนุ่มขาแรงล่วงหน้าเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาความสุขของการเดินทางอยู่ที่กำลังขาของแต่ละคน ขาแรงหากจะปั่นแบบออมกำลังจะเบื่อ เซ็ง ผมเข้าใจดี แต่..ในส่วนของผมต้องประคับประคองคุณนาย ทุก ๆ ครั้งที่ออกทริปไปกับทีมของเราที่มี ลุงดม ลุงป๊อก ผมก็จะล่วงหน้าไปก่อนเสมอ ๆ เพราะมี ๒ ท่านคอยดูแลคุณนาย ครั้งนี้ไม่มีลุงป๊อกมาด้วย ส่วนลุงดมนั้นได้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว เดินทางสู่สวรรค์ไปเกือบจะ ๒ ปีแล้ว แต่แปลกครับ ออกเดินทางทุกครั้งเหมือน ๆ ลุงดมจะไปกับเราด้วยเสมอ ๆ

๓ หนุ่มที่ล่วงหน้าไปจอดรอเราที่ร้านขายสตอเบอรี่ข้างทาง จากสองข้างทางที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ามีร้านค้าของชุมชน วางขายผลิตภัณฑ์สินค้าการเกษตรตลอดทางสังเกตุจะเป็นพวก พริกดอง กระเทียมดอง หน่อไม้ เป็นต้น จีนเขาเก่งทางถนอมอาหารมาก ๆ ครับคิดว่าคงขายได้นะ

เมื่อทันกันเราก็จอดและอุดหนุนสตอเบอรี่แม่ค้า ครั้งแรกเลยเราไม่กล้าซื้อ เพราะฝังใจสตอเบอรี่นี่ต้องใช้ยาและปุ๋ย แต่วันนั้นเราสังเกตุทั้งแม่ค้าและลูก หลานแม่ค้า นั่งคุยกันและกินสตอเบอรี่ที่เขาขาย แสดงว่าปลอดภัยแน่นอน นั่งกินและชมแม่ค้าที่ลงไปตัดมาสด ๆ เราขอให้เขาล้างให้อีกครั้งแม่ค้าก็ไม่งอแง จัดการล้างให้ตามขอ (ใจดีครับ) วันนั้นเรากินไปถึง ๒ ถัง หวานกรอบ อร่อย จริง ๆ ลูกโต ๆ ทั้งนั้น (ซะใจครับ)
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 07 มิ.ย. 2019, 10:30

:( :( สวัสดียามสาย ๆ ของวันนี้ วันที่ติดตามและเฝ้าฟังกิจกรรมสำคัญ ๆ ของประเทศ ตั้งแต่กลับมาจากทัวร์เมืองจีน ติดตามเฝ้าฟังที่ว่าก็คือ "เรื่องของการเมืองครับ" เป็นที่ทราบทั่วกันแล้วผู้นำประเทศและเป็นที่ทราบคณะที่จะทำงานร่วมกับผู้นำแล้ว (ใครที่ติดตามมาโดยตลอดคาดเดาได้ไม่ยาก) ผมสรุปนะครับ "การเมืองเรื่องของการค้าครับ" ผมดีใจครับที่บรรพบุรุษของเรากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ห้ามนักบวชเข้ามายุ่งกับการเมืองถ้าไม่ห้ามจินตนาการเอาเองครับ ต้องวุ่นยิ่งกว่านี้ :lol: :lol:

"ผู้ปฏิบัติธรรมเท่านั้นชีวิตจึงจะเป็นสุข" ประโยคนี้ผมจะใช้และพูดเสมอ ๆ เป็นการย้ำเตือนครับ และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผมก็จะหยุดกิจกรรมเฝ้าฟังที่ทำมาตลอดทั้งเดือน วันนี้เวลานี้ผมรู้แล้วครับ "ใครดี ใครเลว ใครควรจบ ใครควรรุ่ง" ปล่อยให้หน้าที่ "กรรม" เป็นผู้ตัดสินไม่ใช่หน้าที่เรา จะเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าดีหรือเลวก็เป็น "วิบากกรรมร่วม" ส่วนตัวเราต้องคอยไปทำหน้าที่อีกครั้งเมื่อถึงเวลาและชาติต้องการ :lol: :lol:
แนบไฟล์
2131.jpg
6676.jpg
66783.jpg
เป็นหน้าที่ของประชาชนคนไทยทุกคนต้องให้ความสนใจและเอาใจใส่เกี่ยวกับเรื่องของการเมืองเพราะถ้าเราไม่ยุ่งกับการเมือง การเมืองมันก็ยุ่งกับเรา" แต่ถ้าใครเข้าใจและหักห้ามใจได้ก็ขออนุโมทนาและยืนยันอย่างน้อยท่านก็จะไม่ทุกข์ครับ สำหรับคนไทยทั้งประเทศอยากจะฝากเรื่องของสถาบันที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขอให้คิดและตระหนัก สถาบันทั้ง ๓ สถาบัน เป็นเสาหลักที่สำคัญยิ่งชีวิต ไม่บังควรนำมาเป็นเครื่องมือในการเล่นการเมือง ควรยกแและเทอดทูนไว้เหนือเกล้า ไม่ควรไปแปดเปื้อนไม่ว่ากรณีใด ๆ และโปรดให้ความสำคัญกับคำว่า "สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม" ดังนั้น นักบวชในศาสนา และพระมหากษัตริย์ ท่านก็เป็นบุคคลมีชีวิตที่จะต้องรับผลของกรรมเช่นกัน เพราะฉะนั้นจงให้ "กรรมทำหน้าที่" ครับ.
S__15122637.jpg
S__15122649.jpg
S__15122650.jpg
S__15122651.jpg
S__15122654.jpg
DSC_0713.JPG
DSC_0715.JPG
DSC_0717.JPG
DSC_0718.JPG
DSC_0720.JPG
DSC_0723.JPG
DSC_0724.JPG
DSC_0725.JPG
DSC_0726.JPG
DSC_0727.JPG
DSC_0728.JPG
DSC_0729.JPG
พวกเราจอดแวะชิมสตอเบอรี่ข้างทางด้วยความเอร็ดอร่อย ลูกโตสีแดงสวยปลอดสารเพราะเจ้าของและลูก ๆ นั่งกินร่วมกับพวกเรา ๕๕ แม้จะคุยกันพอรู้เรื่องบ้างแต่การสนทนาก็ออกรสชาด ได้หัวเราะสนุกสนาน เด็กน้อยแก้มยุ้ยน่ารัก แม่พอคุยฝรั่งได้บ้างก็เพิ่มความสนุกได้อีกระดับหนึ่ง พวกเขาชื่นชมการปั่นทางไกลของพวกเรา แต่ก่อนแถบนี้ก็ใช้จักรยานแต่ปัจจุบัน มอไซด์เข้ามาแทนที่เสียแล้ว มันก็เหมือน ๆ กับทุกประเทศนั่นแหละ คนส่วนใหญ่มักง่ายรักสุขเกลียดทุกข์ อีกหน่อยน้ำมันหมดค่อยว่ากัน ปัจจุบันมลภาวะเป็นพิษ รบ.ก็ออกมาโฆษณาให้ประชาชนหันมาใช้จักรยาน เรียกว่า "กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้ครับ"

เราอำลาแม่ค้าสตอเบอรี่เดินทางต่อ สองข้างทางปลูกพืชผักหลาย ๆ ชนิดเขียวขจี เป็นภาพที่ประทับใจครับ เมื่อเวลาใกล้เที่ยง ๓ ขาแรงปั่นไปรอหน้าร้านอาหารข้างทางรอจนเราสองคนตามไปทัน ถามเราว่าสนใจร้านนี้ไหม? เป็นคำถามที่เรียกเสียงฮาจากกลุ่มได้พอสมควร เราพากันเข้าไปสั่งอาหารซึ่งมื้อนี้เป็นมื่อเเรกของทีมเราได้ชิมเห็ดพื้นเมืองที่ชาวบ้านแถบนี้เพาะเอง เหนียว กรอบ นำมาต้มเหมือนต้มยำแต่ไม่ใช่ อร่อยจริง ๆ เรียกว่าได้กินของแปลกอีกแล้ว ๕๕๕ สนุกครับ
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 08 มิ.ย. 2019, 04:46

:) :D อรุณสวัสดิ์ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผมมานึกได้อดีตท่านนายกและท่านนายกคนปัจจุบัน (ก็คน ๆ เดียวกัน ๕๕) ท่านแนะนำพลเมืองของชาติให้อ่านหนังสือเรื่อง The Animal Farm ผมเกือบลืมเมื่อวานนั่งดูข่าว นักข่าวออกมาพูดผมก็จำไว้ เช้านี้ผมขอนำเสนอเรื่องย่อให้ได้รับทราบกัน สำหรับหนังสือเรื่องนี้ผมอ่านเป็นหนังสือประกอบการเรียนตั้งแต่ผมเรียน ป.ตรี ครับ จำเรื่องไม่ได้แล้ว แต่พอมาฟังก็จำได้แสดงว่าโรคอัลไซด์เมอร์ยังห่างไกล ๕๕๕ ฟังแล้วคิดตามมันก็สนุกเห็นภาพกันเลยทีเดียว มันช่างสอดคล้องกับสภาพการเมืองไทยของเราจริง ๆ พับแผ่ :lol: :lol:







:idea: :idea: ฉบับเต็มฝึกภาษาไปด้วยครับ :) :D
แนบไฟล์
28๑.gif3.jpg
28๑.gif8.jpg
S__13369398.jpg
สั่งอาหารเรียบร้อยในขณะรออาหารเราก็มีหน้าที่ส่งข่าวถึงมิตรสหายที่เมืองไทย Line & Facebook ในเมืองจีนคุณไม่สามารถเล่นได้ แต่ซิมที่เราซื้อติดตัวไปยังสามารถส่งข่าวได้ครับ (เล่นได้)
S__15327242.jpg
S__15122646.jpg
เมื่ออาหารลงครบตามสั่งได้เวลากินแล้ว อร่อยมากครับ ทุก ๆ มื้อสังเกตุได้ว่าอร่อยหมดเลย กลับไป นน.คงเพิ่ม ๕๕
DSC_0729.JPG
DSC_0730.JPG
DSC_0731.JPG
DSC_0732.JPG
DSC_0733.JPG
DSC_0734.JPG
DSC_0735.JPG
DSC_0736.JPG
DSC_0737.JPG
DSC_0738.JPG
DSC_0739.JPG
DSC_0740.JPG
DSC_0741.JPG
ขบวนคนพิการทางร่างกายแต่ไม่พิการใจ เขารวมตัวกันเดินทางท่องเที่ยวด้วยพาหนะคล้าย ๆ มอเตอร์ไซด์ (ไม่แน่ใจ) ขับท่องเที่ยวเก็บภาพวิวทิวทัศน์ เขาจอดคุยกับผม แต่คุยกันไม่รู้เรื่องอาศัยลุงกูแปลภาษา ก็พอสื่อสารเข้าใจกัน ต้องขอชื่นชมจริง ๆ ชีวิตไม่มีท้อไม่ปล่อยให้เฉาอยู่บ้านเป็นคนแก่ติดลูกติดหลานให้เป็นภาระของลูกหลานและสังคม เมืองไทยยังไม่เห็นแบบนี้ จะมีบ้างก็จักรยานทัวร์ริ่งแบบเราไม่กี่ราย ผมคิดในใจและวางแผนไว้ว่าหากปั่นไม่ได้แล้ว ผมจะต้องหาวิธีการนำตัวอย่างแบบเขาไปทดลองทำดู (ไม่รู้จะไหวไหม คนข้าง ๆ และลูกเขาจะยอมไหม) แต่แน่ ๆ คงจะไม่เป็นแบบติดเตียง ติดบ้าน ติดลูก ติดหลาน ซึ่งอนาคตไม่แน่นอนแต่เราก็ต้องวางแผนและตั้งอุดมการณ์เอาไว้ เมื่อเวลานั้นมาถึงเราก็ค่อยพินิจพิจารณาไปได้ต้องไป อย่าให้อะไรมากั้นแผนงานและความคิดของเราครับ นี่ก็คงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว

ลุงดมแกก็เคยเปรยไว้ หากแกปั่นไปไม่ได้แล้ว แกจะซื้อมอไซด์ขี่ตามหลังพวกเราไป เป็นหน่วย Service สุดท้ายลุงแกก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัว ไปสวรรค์ก่อนที่จะได้ทำอย่างตั้งใจ ครับชีวิตไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับวาสนาบารมียามที่ยังมีลมหายใจ อย่าลืมสร้างบุญกุศลไว้เป็นเสบียง โดยเฉพาะ ศีล สมาธิ ปัญญา ต้องโยนิโสมนสิการ (น้อมเข้ามาใส่ใจ) อย่าละเลย สำหรับ ทาน ศีล ภาวนา ก็เช่นกันต้องกระทำควบคู่กันไป ให้สิ่งของเป็นทาน ให้ความรู้เป็นวิทยาทาน ฯ รักษาศีล ๕ ศีล ๘ อย่าให้ขาดอย่าให้บกพร่อง สำหรับการภาวนาท่านจะต้องกระทำทุก ๆ ครั้งที่หายใจ เข้า - ออก คือให้รู้ลมเข้า ลมออก แค่นี้ก็ถือเป็นการภาวนาแล้ว เรียกว่าไม่หายใจทิ้ง หายใจเข้ารู้ออกรู้อยู่ทุกเวลา นี่ก็จะเป็นกุศลผลบุญแล้วครับ ยามใดที่ท่านมีเวลานั่งดูลมหายใจ เข้า - ออก จนจิตว่างเห็นความเกิด - ดับ นั่นละครับ "วิปัสสนา" เรียกว่า มหากุศล เลยล่ะครับ.
S__15327254.jpg
S__15327255.jpg
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 10 มิ.ย. 2019, 05:47

ลุงเนตร เขียน:..สวัสดีครับ น้องแดง สารภี และทุกท่านที่โชคดีติดตามกระทู้นี้ ที่ยิ่งนานวันยิ่งมีสิ่งดีๆ ขอบคุณมากครับ..

:) :D อรุณสวัสดิ์คุณพี่เนตรที่เคารพและท่านผู้มีเกียรติที่รักทุกท่านครับ "ทุกท่านที่โชคดีติดตามกระทู้นี้ ที่ยิ่งนานวันยิ่งมีสิ่งดีๆ " คำพูดนี้สั้น ชัดเจน ไม่ต้องตีความ ไม่ต้องใช้องค์ประชุม" ผมหนักใจ..จริง ๆ ครับ ต้องหยุดคิดย้อนกลับไปตรวจทานสิ่งที่นำเสนอตั้งแต่ต้นกระทู้ว่า "ได้นำเสนออะไร อย่างไร มาบ้างแล้ว" เพื่อที่จะระมัดระวังไม่ให้ซ้ำ ผิดพลาด ฯ เรียกว่าใช้เวลาไปวันเต็ม ๆ ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจจากทุกท่านและคุณพี่ที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมชมและติดตามความเคลื่อนไหว มันมีความสุข ที่ผมจะพยายามต่อไป ขอบพระคุณอีกครั้งครับ :D :D

:idea: :idea: เรื่องของความสุขที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้ว่า "สุขในโลกนี้มีแค่ ๓ สุข"

๑.กามสุข คือความสุขที่เกิดจากการได้..เห็นรูปสวย ฟังเสียงไพเราะ ดมกลิ่นหอม ลิ้มรสอร่อย สัมผัสกายที่ถูกใจ ซึ่งความรู้สึกสุขในกามนี้ อาจเป็นความรู้สึก สุข หรือ เฉย (เฉย=สุขละเอียด) กามไม่ใช่เรื่องเพศอย่างเดียว แต่ กาม..เป็นภาษาบาลี มีความหมายเป็น ๒ นัย คือ

ก.กิเลสกาม คือความติดใจ หรือรุนแรงถึงขั้นอยากได้ในวัตถุกาม ๕ ที่ทำให้ใจเปรอะเปื้อน หรือทำให้ใจเศร้าหมอง หรือที่แผดเผาใจ "ถ้ากิเลสกามเกิดในวัตถุใด วัตถุนั้นก็เป็นวัตถุกาม"
ข.วัตถุกาม คือ วัตถุที่มีลักษณะ ๖ อย่าง ได้แก่ ๑) น่าปรารถนา ๒) น่าใคร่ ๓) ถูกใจ ๔) น่ารัก ๕) ประกอบด้วยกาม ๖)ยั่วยวนชวนให้ชอบมาก พูดง่าย ๆ วัตถุกาม ๕ จึงได้แก่ รูปสวย เนียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสกายที่ถูกใจ

๒.ฌานสุข คือ สุขจากการ เพ่ง มี ๒ อย่างคือ ก.) เพ่งอารมณ์จนจิตสงบ ข.) เพ่งลักษณะ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ฌานสุขมี ๒ ประเภท ๑.) มิจฉาสมาธิ (คือ สมาธิผิดเพราะไม่มีญาณความรู้ในเหตุเกิดทุกข์ และความดับทุกข์) สุขในสมาธิผิดเป็นสุขที่เหนือกามแต่ก็ยังไม่ปลอดภัย เพราะเสื่อมได้ถอยกลับไปทำอกุศลกรรมได้อีก ๒.) สัมมาสมาธิ คือ สมาธิถูกต้องชอบธรรม เพราะอาศัยเกิดจาก ๗ เหตุ ๗ องค์ประกอบ คือ เริ่มต้นด้วยการมีญาณความรู้ใน เหตุเกิดทุกข์ และความดับทุกข์ จึงทำให้ คิดถูก - พูดถูก - ทำถูก - เลี้ยงชีพถูก - เพียรถูก - สติถูก....จึงเกิด - สมาธิถูก ส่งผลให้เกิด - ญาณความรู้ถูก - และวิมุตติหลุดพ้นจากทุกข์อย่างถูกต้องชอบธรรม

๓.นิพพานสุข เป็นความสุขอย่างยิ่งไม่มีสุขใดเปรียบเทียบได้ เป็นสุขของความสิ้นกิเลส อาสวะทั้งหมดทั้งมวล ความสิ้นกิเลสคือ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง ใจก็จะเฉย ๆ ซึ่ง คำว่าเฉย เป็นลักษณะของความสุขที่ละเอียดครับ :idea: :idea:
แนบไฟล์
3038230.jpg
DSC_0746.JPG
DSC_0748.JPG
๓ ขาแรงไหลลงไปก่อนตามสไตล์เรา ๒ คนตามหลังไปแบบสบาย ๆ แต่ไม่ช้าครับเรียกว่าพยายามสุดกำลังเท่าที่จะพยายามได้โดยไม่ฝืนสังขาร เห็นป้ายตรงหน้าบอกลี่เจียงอีก ๓๕ กม.ใจชื้น ดีใจ แต่พอไปอีกสักหน่อย เจอคุณพรต จอดรอ แต่ไม่เจออีก ๒ คือเฮียใหญ่กับคุณชัยวัฒน์ ทราบว่าไหลไปก่อนแล้ว

ป้ายห้ามจักรยาน เห็นเต็มตาแสดงว่าที่พวกเราปั่นกันมาคือไม่น่าจะใช่ Local Roads หรือว่าเส้นแชงกีลาเขาคงยังสร้างไม่เสร็จ เพราะจากจุดที่เราเห็นป้ายแสดงว่าเป็น Highway เราต้องทำตัวเป็นคนดีเคารพในกฏกติกา จำเป็นเลี้ยวซ้ายไปตามทาง Local Road ครับ โทร ฯ ๒ หนุ่มที่ล่วงหน้าแจ้งให้ทราบว่าเรา ๓ คนไม่ไปทางที่เขาห้าม ไว้เจอกันที่ลี่เจียงก็แล้วกัน ปรากฏว่าทั้งเฮียใหญ่และคุณชัยวัฒน์จะปั่นย้อนกลับมาสมทบกับเรา
DSC_0749.JPG
DSC_0750.JPG
DSC_0751.JPG
DSC_0752.JPG
DSC_0753.JPG
DSC_0754.JPG
DSC_0756.JPG
DSC_0758.JPG
จากเส้นทาง Local Road เป็นทางเบี่ยงซ้ายมีบางส่วนกำลังก่อสร้างปรับทาง และเริ่มตั้งแต่ที่ก่อสร้างเป็นทางขึ้นเขายาว ชัน ตลอดทางระยะทางเกือบ ๒๐ กม.เรา ๓ คนปั่นล่วงหน้าไปก่อนเพราะอย่างไร ๒ ขาแรงตามมาทันแน่ เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เราไปจอดรอที่วัดแห่งหนึ่ง ไม่นานเฮียใหญ่และคึฯชัยวัฒน์ก็ตามมาสมทบ
S__15327243.jpg
เฮียใหญ่เล่าให้ฟังขณะที่ปั่นใน Highway เจอฝรั่งชาวเดนมาร์ค สองคนคุยกันเขาปั่นมาจากลี่เจียง ใช้ไฮเวย์นี่แหละไม่เจอตำรวจเลย แล้วรู้ไหมว่าเขาห้ามปรากฏว่า ฝรั่งไม่รู้(หรือรู้แกล้งเซ่อ) เพราะมีคำหนึ่งคุณชัยวัฒน์จับใจความได้ว่า "ถ้าตำรวจไล่ก็ลงเสีย" เรียกว่าตีกินมาเป็นช่วง ๆ ทางไฮเวย์เป็นทางลัดแล้วปั่นสดวกสบายมาก ๆ แต่อย่าดีกว่าเพราะถ้ามีเรื่องมันยาว และเสียค่าปรับแพงครับ
S__15327244.jpg
S__15327246.jpg
S__15327248.jpg
S__15327249.jpg
S__15327250.jpg
S__15327251.jpg
S__15327252.jpg
S__15327253.jpg
ทั้งเฮียใหญ่และคุณชัยวัฒน์ ตามมาทันนึกว่าจะพักขาไม่ครับ ไปต่อทันที เส้นทางนี้สูงชันมาก ๆ ปั่นขึ้นจนถึงจุดสูงสุดเห็นยอดเขาต่อยอดเขา โค้งแล้วโค้งเล่าที่เราเข้าใจว่าคงจะเป็นทางลง ไม่ครับขึ้นต่อไป คุณนายชักมีอาการเวลาก็เริ่มคล้อยไป ๆ เป็น ๓๕ กม.ที่สุดแสนสาหัสมาก ๕๕๕.รอดไม่รอดก็ต้องเอาให้รอด หรือจะหาตัวช่วยต้องคิดแล้วถ้าค่ำกลางทางคงไม่ Happy แน่ ๆ .
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 11 มิ.ย. 2019, 04:46

:idea: :idea: กามสุข ยังแบ่งได้อีก ๒ ประเภท คือ
๑.กามสุขที่เกิดจาก ความไม่ฉลาด - อกุศล คือความสุขที่เกิดจากเจตนากระทำทางกาย หรือวาจาหรือใจ ที่ไม่ฉลาดเพราะมี "โมหะ" คือ ไม่รู้ว่าถ้าทำสิ่งนั้นแล้วแม้จะมีความสุขในขณะทำ แต่หารู้ไม่ว่าจะเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ซึ่งให้ผลเป็นความทุกข์เดือดร้อนตามมาภายหลัง จึงหลงทำด้วย "โลภะ" คือความหลงติดใจเพราะเพลิดเพลินชอบมาก ดังนั้น กามสุขที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ฉลาดนี้ จึง "เป็นความสุขที่มีภัยอันตรายมาก มีทุกข์เป็นผล มีทุกข์เป็นกำไร เป็นสุขที่ไม่ฉลาด พลาดสู่อบายได้" เช่น..สุขจากการฆ่าสัตว์ จะอายุสั้น สุขจากการลักโขมย จะสูญเสียทรัพย์สิน สุขจากการแย่งคนรักของผู้อื่น จะมี ศัตรู ภัย เวร สุขจากการโกหก จะถูกใส่ร้าย สุขจากการดื่มเหล้า เสพสิ่งเสพติด จะฟุ้งซ่าน หรือ เป็นบ้า เป็นต้น

๒.กามสุขที่เกิดจากการทำบุญ กุศล ทั่วไป แม้จะเป็นความสุขที่ดูดีงาม แต่ยังขาดปัญญา รู้ทั่วถึงในเหตุเกิดทุกข์และความดับทุกข์ เป็นสุขที่ส่งผลให้ต้องย้อนกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่รู้จักจบสิ้น ดังนั้น กามสุขประเภทนี้ เป็นความสุขที่ต้อง...ระวัง ! เพราะกามทั้งหลาย มีสุขน้อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก ทุกข์โทษในกามนี้มากมายยิ่งนัก ทำให้เวียนว่ายตายเกิด มาทุกข์ซ้ำซากไม่รู้จักจบสิ้น :idea: :idea:


:) :D อรุณสวัสดิ์ครับท่านที่เคารพทุกท่าน ออกจากที่พักแรมหลังจากทานหม่านโถกับข้าวต้มแสนอร่อยและอาหารมื้อกลางวันที่ร้านอาหารข้างทางก็ถูกปาก เส้นทางหนักไปในทางลงเขา เราสามารถทำเวลาได้ จวบจนมาถึงทางเบี่ยงบังคับให้จักรยานต้องไปปั่นในเส้นทาง Local road ไม่ให้ปั่นในเส้นทาง Highway และพวกเราก็ไม่ขัดขืนฝืนคำสั่ง คุณชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังว่าเคยปั่นในเส้นทางไฮเวย์เจอตำรวจ เขาจะไล่ให้ออกจากเส้นทาง (ไม่จับ) พอห่างตาตำรวจก็หาทางปั่นในถนนไฮเวย์ต่อ เพราะเป็นเส้นทางสะดวก ลัด เร็ว ความจริงครั้งนี้เราก็สามารถปั่นได้เพราะฝรั่งสองคนยังปั่นมาได้ แต่เราไม่ทำเพราะเราเป็นคนดี มีวินัย ขนาดปั่นล่วงหน้าไปแล้วยังปั่นกลับ จากแชงกีลามาจนถึงจุดทางเบี่ยงแสดงว่ามีเส้นเดียว ไม่แปลกใจครับเราเห็นทางที่กำลังก่อสร้างขณะที่ปั่นมา ในอนาคตลี่เจียง - แชงกีลา จะมีไฮเวย์และเส้นที่เราปั่นจะกลายเป็น Local road มาครั้งหน้าจะลองใช้วิธีการที่คุณชัยวัฒน์เล่า ปั่นบนไฮเวย์เข้าแชงกีลา :lol: :lol:

จากจุดทางเบี่ยงเรา ๓ คนปั่นขึ้นไปก่อนไปรอที่วัดข้างทาง เมื่อมาครบกันทั้ง ๕ คนแล้ว ก็ออกเดินทางต่อ เป็นหนทางที่ ชัน มาก ๆ แต่ดีอย่างหนึ่งครับ แม้จะชันแต่ก็สามารถปั่นได้ไม่ยากนัก ไม่เหมือนถนนบ้านเราถ้าชัน ก็เรียกว่า ชันสุดโหด เมืองจีนเขาชันแต่เขาก็ทำความลาดเอียงให้อยู่ในระดับไม่เกิน ๘ องศา บ้านเราไปดูได้ที่ บ.แม่กำปอง ก่อนถึงน้ำตกความชันเกือบเป็น ๔๕ องศา ทัวร์ริ่งใครว่าแน่ จูงทุกรายครับ

เส้นทางขึ้นเขาจากทางเบี่ยงเป็นระยะทาง ๒๐ กม.ใช้เวลาหลายชั่วโมง ครั้งแรกเป็นห่วงเกรงจะมืดค่ำก่อนถึงลี่เจียง แต่พอขึ้นถึงจุดสูงสุดการไหลลง เราสามารถทำเวลาได้ คราวนี้คุณนายโชว์ความสามารถควบคุมจักรยานสามารถทำความเร็วได้ถึง ๓๕-๔๐/ชม. เข้าลี่เจียงทันเวลาก่อนมืด สุดยอดจริง ๆ ครับ :lol: :lol:
แนบไฟล์
66781.jpg
DSC_0760.JPG
DSC_0761.JPG
DSC_0762.JPG
S__15327258.jpg
ตลอดเส้นทางที่ชัน เหนื่อยทั้ง กาย - ใจ แต่สองข้างทางก็ให้เราได้ผ่อนคลาย มองลงไปชมวิวทิวทัศน์เพลิดเพลิน เจริญใจ พอหายเหนื่อยและภูมิใจ คิดนะ...พวกเราไม่ธรรมดาปั่นขึ้นยอดดอย ขนาดนั่งรถยังเหนื่อย รถที่วิ่งผ่านเรามีหลาย ๆ รายโผล่หน้ายกหัวแม่โป้งแสดงความชื่นชมให้กำลังใจเราก็มี
S__15327260.jpg
S__15327257.jpg
โชคดีที่พอเหนื่อยกันมาก ๆ เมื่อเข้ายังหมู่บ้านซึ่งเรียงรายไปตามเส้นทาง ห่างกันพอสมควรก็จะมีร้านค้าให้พวกเราได้หาเครื่องดื่มเย็น ๆ ได้ดับกระหายคลายความเหนื่อยล้าได้บ้าง จุดนี้ท่านพรต นั่งรอเรา ๒ คน ปล่อยให้ขาแรงเฮียใหญ่กับคุณชัยวัฒน์ไหลลงไปก่อน

เราพักเอาแรงผมสั่ง Sprite แช่เย็นมาดื่มท่านครับ Sprite ของจีนมันอร่อยกลมกล่อมชื่นใจมาก ๆ แตกต่างจากบ้านเราโดยสิ้นเชิง ดื่มแล้วชื่นใจความเหนื่อยมลายหายสิ้น แต่ก่อนผมมักจะติด Coca Cola แต่ตอนนี้เปลี่ยนความคิดแล้ว พอมาอยู่บ้านเมืองเราสั่ง Sprite ดื่มแทบขว้างทิ้งครับ คนละเรื่องเลย

เมื่อครั้งไปเที่ยวกับคณะ Friendship Fort Louisiana ที่อเมริกาเขาได้พาไปดูงานชมงานที่โรงงานโคคาโคลา เขาบรรยายสรุปให้ฟังพร้อมทั้งพาเดินชมกระบวนการผลิตชื่นชมว่ายิ่งใหญ่จริง ๆ ผมหายสงสัยว่าทำใมคนอเมริกันถึงติดน้ำขวด เพราะเขาเชื่อใจในการผลิต ถ้าดื่มแบบถูกวิธีไม่เป็นพิษเป็นภัย ดื่มถูกวิธีคือ ดื่มเพื่อแก้กระหาย ไม่ใช่ดื่มแทนน้ำ ถ้าดื่มแทนน้ำโรคอ้วนก็จะถามหา

สรุป ทุกสิ่งอย่างในโลกใบนี้ เมื่อมีคุณมันก็มีโทษ ตามมา น้ำขวดมันอร่อยกว่าน้ำเปล่าธรรมดา ดื่มแบบ โลภะ โรคอ้วนก็ถามหา คนอเมริกันติดน้ำขวดเพราะหลงเพลิดเพลินชอบมากกับมัน น้ำขวดก็กลายเป็น กาม เรียกว่า กามวัตถุ ติดใจชอบใจในสิ่งไหนสิ่งนั้นเรียกว่า กาม ทั้งสิ้น ปัจจุบันมีการรณรงค์ให้ ลด ละ เลิก การบริโภคน้ำขวด ถึงขั้นอธิบายว่าน้ำขวดกลายเป็นยาพิษ ผมว่ามันไม่แฟร์..นะ ๕๕๕๕ แต่บริษัทโค๊กเขายังยืนหยัดอยู่ได้ ถ้ามันเป็นยาพิษจริง รบ.คงสั่งยุบโรงงานไปแล้ว ยาพิษที่แท้จริงคือ ใจ ที่หลงเพลินเพลินชอบมากนี่แหละ ขอให้ระมัดระวังให้มาก ๆ ครับ.
DSC_0763.JPG
DSC_0764.JPG
DSC_0766.JPG
DSC_0767.JPG
DSC_0768.JPG
เรา ๓ คนพากันไหลไล่หลังกันลงมาด้วยความเร็วที่ ๓๔ - ๔๐ / ชม.มาถึงจนเหลืออีกไม่กี่กิโลก็จะเข้าลี่เจียง เฮียใหญ่และคุณชัยวัฒน์ จอดรออยู่ที่ร้าน เพื่อปั่นเข้าตัวเมืองลี่เจียงพร้อม ๆ กันเวลาขณะนั้นเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว แต่ปรากฏว่ายังสว่างอยู่ครับ โชคดีจังเลย
DSC_0769.JPG
DSC_0770.JPG
DSC_0773.JPG
DSC_0774.JPG
DSC_0778.JPG
DSC_0779.JPG
DSC_0781.JPG
DSC_0782.JPG
เข้าตัวเมืองลี่เจียง แต่เป็นลี่เจียงใหม่ เราคิดกันว่าจากนี้ไปเราคงต้องหาโรงแรมที่พักให้ได้ก่อนที่จะมืด เพราะเวลาขณะนั้นทุ่มกว่าแล้ว ช่วงที่ยืนปรึกษากันเป็นห้าแยกไฟแดงครับ ช่วงไฟเขียวการจราจรเริ่ม งง คุณชัยวัฒน์พาคณะเลี้ยวซ้าย ทั้ง ๆ ที่เลี้ยวซ้ายไฟยังแดง เหลือผมคนเดียวที่หาทางออกไม่ได้เพราะติดสนุกต์รถยนต์ ต้องรอไฟเขียวเลี้ยวซ้าย เมื่อสัญญานเขียวผมก็รีบปั่นตามหลังคณะ แต่ปรากฏไม่เห็นเงาของคณะผมสปีดส์เพื่อให้ทัน ปรากฏผมหลงไปเกือบเข้าลี่เจียงเก่า เกิดเอะใจปั่นสปีดส์ยังตามไม่ทัน คงไม่ใช่แน่ ๆ หรือคณะเลี้ยวไปทางอื่น สรุปว่าเราพลัดหลงกัน แน่นอน เป็นผมปั่นหลงอยู่คนเดียว
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)

Re: ????...คุณลุง - คุณป้า พา เที่ยว ...???

โพสต์ โดย Deang-sarapee » 12 มิ.ย. 2019, 05:36

:) :) เมื่อวานนี้ ที่ ๑๑ มิถุนายน เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวลานนา โดยเฉพาะชาวเชียงใหม่ และ ลำพูน เนื่องด้วยเป็นวันครบรอบชาตกาล 141 ปี ของท่านครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งลานนา หนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ได้นำบางส่วนนำมาเผยแพร่เพื่อรำลึกถึงครูบาศรีวิชัย ผมขอถือโอกาสนี้พาท่านผู้มีเกียรติไปร่วมรำลึกถึงองค์ท่านด้วยกันนะครับ :) :D
แนบไฟล์
634271.jpg
11 มิถุนายน ครบรอบชาตกาล 141 ปี ไหว้สาป๋าระมีครูบาศรีวิชัย .....ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนนักบุญแห่งล้านนาเข้าไปเมืองลำพูนไปกักไว้วัดหลวงลำพูน โยมมารดาของท่านคือ แม่อุสาเป็นห่วงลูกยิ่งนักนางร่ำไห้ปานหนึ่งว่าจะขาดใจเพราะเป็นห่วงครูบาศรีวิชัยเกรงว่าจะได้รับภัย ครูบาศรีวิชัยก็ได้เพียงแต่ปลอบโยนโยมมารดาด้วยคำพูดว่า “แม่อย่าได้วิตกเลย ตุ๊บ่เป๋นอะหยัง” โยมมารดาถึงกับอ้อนวอนให้ครูบาศรีวิชัยสึกจากการเป็นภิกษุเสียเพื่อจะได้พ้นภัยแล้วจะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเหมือนเดิมแต่ครูบาศรีวิชัยก็ยืนยันว่า ถ้าอาตมาจะตายก็ขอให้อาตมาตายในผ้าเหลืองเถิด
634272.jpg
ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนาไทย พระมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่ด้วยทานะ สีละ สัจจะ ขันติ ชาตะ 11 มิถุนายน 2421 มรณะ 21 กุมภาพันธ์ 2481
634273.jpg
ครูบาศรีวิชัย หรือ พระศรีวิชัยชนะภิกขุ พระมหาเถระซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สร้างถนนทางขึ้นพระบรมธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2477 จนได้รับการขนานนามว่า ตนบุญแห่งล้านนา หมายถึงนักบุญแห่งล้านนา ครูบาศรีวิชัย เป็นที่รู้จักกันทั่วไปโดยเฉพาะในเขตภาคเหนือของประเทศไทย (ล้านนา) ว่าเป็น “ตนบุญ” หรือ “นักบุญ” อันมีความหมายเชิงยกย่องว่าเป็นนักบวชที่มีคุณสมบัติพิเศษ อาจพบว่ามีการเรียกอีกว่า ครูบาเจ้าศรีวิชัย, พระครูบาศรีวิชัย, ครูบาศีลธรรม, หรือ ทุเจ้าสิริ (อ่าน “ตุ๊เจ้าสิลิ”) แต่พบว่าท่านมักเรียกตนเองเป็น พระชัยยาภิกขุ หรือ พระศรีวิชัยชนะภิกขุ
634274.jpg
ครูบาศรีวิชัย เป็นผู้มีศีลาจารวัตรที่งดงามและเคร่งครัด ท่านงดการเสพหมาก เมี่ยง บุหรี่ โดยสิ้นเชิง ท่านงดฉันเนื้อสัตว์ ตั้งแต่เมื่ออายุได้ 26 ปี และฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ซึ่งมักเป็นผักต้มใส่เกลือกับพริกไทย บางครั้งก็ไม่ฉันข้าวทั้ง 5 เดือน นอกจากนี้ท่านยังงดฉันผักตามวันทั้ง 7 คือ
-วันอาทิตย์ ไม่ฉันฟักแฟง
-วันจันทร์ ไม่ฉันแตงโมและแตงกวา
-วันอังคาร ไม่ฉันมะเขือ
-วันพุธ ไม่ฉันใบแมงลัก
-วันพฤหัสบดี ไม่ฉันกล้วย
-วันศุกร์ ไม่ฉันเทา
-วันเสาร์ ไม่ฉันบอน
634275.jpg
นอกจากนี้ผักที่ท่านจะไม่ฉันเลยคือ ผักบุ้ง ผักปลอด ผักเปลว ผักหมากขี้กา ผักจิกและผักเฮือด-ผักฮี้ (ใบไม้เลียบอ่อน) โดยท่านให้เหตุผลว่า ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดงดได้ การบำเพ็ญกัมมัฏฐานจะเจริญก้าวหน้า ผิวพรรณจะเปล่งปลั่ง ธาตุทั้ง 4 จะเป็นปกติ ถ้าชาวบ้านงดเว้นแล้วจะทำให้การถือคาถาอาคมดีนัก
634276.jpg
634277.jpg
634278.jpg
DSC_0013.JPG
วันนี้คุณนายตื่นแต่เช้าเตรียมอาหารเพื่อไปใส่บาตร ซึ่งกระทำมาทุกปีมิได้ขาด เพราะเนื่องด้วยวันนี้เช่นกันเป็นคล้ายวันเกิดของคุณนายด้วย..คุณนายเกิด ๑๑ มิถุนายน ๒๕๐๐ ครับ แก่ไปอีกปีแล้วครับท่าน ๕๕๕
DSC_0014.JPG
DSC_0015.JPG
DSC_0019.JPG
DSC_0021.JPG
ส่วนผมนั้นตื่นแต่ ๐๓.๐๐ น.ซึ่งถือเป็นปรกติ ต้องตื่นขึ้นมาไหว้พระสวดมนต์ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือในกระทู้ แต่เช้าวันที่ ๑๑ มิ.ย.คุณนายจะสั่งให้ผมหุงข้าวให้ ผมก็จัดการตามสั่งเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าผมทำผิด คุณเธอสั่งให้เอาข้าวที่เตรียมไว้ให้แล้วไปหุง ผมเห็นถุงข้าววางไว้ติดกับหม้อที่บรรจุข้าวสาร คิดว่าคงเป็นถุงนี้ แต่ไม่ใช่ครับถุงที่เตรียมไว้ให้อยู่ในหม้อที่บรรจุข้าวสารอีกที..เป็นเรื่องครับ..หมีกินผึ้ง ๕๕

เช้าวันนี้ก็แปลกโดยปรกติแล้ว ที่ในบ้านจะไม่เคยมีพระเดินมาบิณฑบาตร แต่เช้าวันนั้นเมื่อเปิดประตูบ้านเตรียมรถออกไปใส่บาตรในเมือง ปรากฏพระท่านเข้ามาในบ้าน คุณนายดีใจจะรีบใส่บาตร แต่ปรากฏข้าวไม่มี หากัน..ผมไม่ได้ยกขึ้นรถคงนำแค่บางส่วนที่คุณนายเตรียมไว้ที่โต๊ะ ส่วนข้าวไว้ที่ไหนไม่เห็น ต้องไขกุญแจไปยกข้าวมาอีกครั้ง ถ้าไม่มีพระองค์นี้เราคงขับรถไปถึงในเมืองเชียงใหม่ ใส่บาตรโดยไม่มีข้าวแน่นอน ถือว่าพระองค์นี้ท่านมาบอกแน่นอน สอบถามเป็นพระมาจาก อ.แม่แจ่ม มาพักที่สวนลำใยใกล้บ้าน เพื่อไปร่วมงานที่ลำพูน เป็นครั้งแรกที่มาบิณฑบาตรแถวนี้
DSC_0024.JPG
DSC_0025.JPG
DSC_0027.JPG
DSC_0029.JPG
DSC_0033.JPG
DSC_0034.JPG
DSC_0047.JPG
ใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ลงตัวพอดีกับพระและอาหารที่เตรียมไป ช่วงเที่ยงน้องม่อยเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารมื้อเที่ยงให้กับพี่สาวที่ร้านเอกทิพย์ ออกจากเอกทิพย์ไปต่อกาแฟที่ อ.แม่ริม และเดินทางไปถวายสังฆทานที่สำนักสงฆ์ถ้ำสีนิล อ.แม่แตง
แก้ไขล่าสุดโดย Deang-sarapee เมื่อ 12 มิ.ย. 2019, 11:54, แก้ไขไปแล้ว 2 ครั้ง.
viewtopic.php?f=72&t=890159...(จักรยานธุดงค์)
viewtopic.php?f=188&t=394855...(ทัวร์ลาวใต้และทั่วไทย)


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 6 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน