จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

Moderator: Cycling B®y, spinbike, velocity

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย lucifer » 29 ส.ค. 2016, 13:29

V_kookai_V เขียน:
lucifer เขียน:
V_kookai_V เขียน:มองไม่เห็นรูปนะครับ...ผมอยู่เมกา ไม่รู้มันเป็นยังไง ทั้ง ping และ tracert ตัวเวปที่ฝากรูป picture.in.th มันไม่ขึ้นเลย บอกว่า unable to resolve target system name

รูปภาพ

เจ้านี้เห็นรูปไหมครับ



เศร้าแป๊บ...ไม่เห็นครับ

แต่ว่ามันไม่หมือนกันครับ ของเจ้านี้ Tracert มันกระโดดประมาณ 20 รอบ แล้วก็ ping ผ่านด้วย ค่า ping ประมาณ 300 ms แต่ว่ามันน่าจะนานเกินเลย time out รูปไม่ขึ้น ไม่เหมือนอันก่อนหน้านี้ที่ ping ไม่ขึ้นเลย


ปัญหาหลักๆ ผมเดาออกครับ serverที่เวปบริการภาพนี้ตั้งอยู่ มีปัญหาเรื่อง"คอขวด"เวลาที่ออกต่างประเทศ เหมือนกับเวปไซท์ที่ผมเคยดูแลในอดีต กรณีเดียวแบบนี้เลย คนตปท.เข้าได้ช้ามาก แต่คนในประเทศเข้าได้เร็วมาก ประมาณว่า"คอขวด"มันแคบมาก และแย่ง bandwidthออกต่างประเทศกันมาก จนอืดดดดดด และไปไม่ได้ เพราะถ้า ping ได้ 300ms นี่ก็แปลว่า ติดคอขวดแล้วครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย hippyhappy » 13 ก.ย. 2016, 03:21

เทียบกับcadd 12 105 ต่างกันมากมั๊นครับ ราคาต่างกันเยอะ กำลังอยากซื้อรถจักรยานเสือหมอบ ไม่อยากจ่ายแพงถ้า performance ใกล้เคียงกัน

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย hippyhappy » 13 ก.ย. 2016, 03:22

เก็บส่วนต่างไปอัพล้อจะเวิร์คกว่ามั๊ย

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย saravut » 10 ธ.ค. 2016, 11:44

เรียนถามอ.lucifer สับจานของผม fuji roubaix1.5 เป็บแบบสายรัด ต่างจากแบบขันนน็อตอย่างไรครับ เช่นการใช้งานมีผลต่อความเร็วในการปั่น ความคล่องตัว ผมมือใหม่ครับ

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย lucifer » 12 ธ.ค. 2016, 11:39

ทำงานไม่แตกต่างกันหรอกครับ มันโดนบังคับด้วยการออกแบบเฟรมในส่วนของท่อนั่ง ข้อด้อยมันมีอย่างเดียวคือ ปรับแต่งกันให้จบๆในครั้งเดียว ถ้าถอดมันออกมาขยับ สีก็จะเป็นรอยตอนที่โดนรัดเท่านั้นแหละ

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถใช้สับจานแบบขันน้อต ( คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า แบบเกี่ยว , ภาษาอังกฤษเรียกว่า braze-on type ) เพราะทางจีนจะมี adapter แบบรัดท่อ แล้วมีหูเกี่ยว ให้สามารถใช้สับจานแบบ braze-on มายึด จะได้สามารถขยับขึ้นลงได้ง่ายๆเวลาที่เปลี่ยนจานหน้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน


Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย saravut » 16 ก.พ. 2018, 13:13

เรียนถามอ.luciferครับ เสือหมอบ Fuji Roubaix 1.3 กับ



เสือหมอบ Cannondale เข้าใจว่าเป็นท็อปอลูเหมือนกัน มีความเหมือนหรือความต่างอย่างไรบ้างครับ

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย lucifer » 16 ก.พ. 2018, 16:57

เทียบกับ dale รุ่นไหนหละครับ
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน


Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย lucifer » 18 ก.พ. 2018, 10:25

เคยปั่นเฉพาะ CAAD10 ครับ ถ้าเทียบ size กัน ผมเคยปั่น CAAD10 size 50 กับ size 48 ซึ่งถ้าจะเอาตามสัดส่วนร่างกายในลักษณะขี่แบบ"สะใจ" ผมก็ควรใช้ size 48 ซึ่งคำว่า "ทอปอลู" มันก็ไม่ได้มีอะไรมากมายไปกว่า "คำโฆษณา" เท่านั้นแหละ

เฟรมอลูในปัจจุบันแทบจะเรียกว่า"ตัน"ในเรื่องของเทคโนโลยี่ เพราะผลิตออกมาก็จะเจอเรื่องพื้นฐานของอลูที่ออกไปทางกระด้าง พอค้นพบวิธีทำให้เฟรมกระด้าง"น้อยลง" ก็ไปได้ถึงจุดหนึ่งก็ถือว่า"เริ่มอิ่มตัว" เพราะมันจะมีข้อจำกัดในเรื่องความหนาของท่อที่ไม่บางเกินไปจนบางเหมือนกระป๋องโค๊ก กระแทกนิดเดียวก็บุบแล้ว อะไรแบบนั้น แถมเฟรมคาร์บอนที่ว่ากระด้างๆก็ยังนุ่มกว่าเฟรมอลูที่ว่านุ่มๆ ดังนั้นขอผ่านคำว่า "ทอปอลู"ไปนะครับ เพราะมันคือ เฟรมอลูรุ่นสูงสุดก่อนจะเป็นรุ่นคาร์บอน ซึ่งโดยนัยยะแล้ว มันมีความหมายเพียงเท่านี้

CAAD10 ถ้าปั่นถูกsize สะใจ ของผม จะเป็นรถที่ขี่สนุกมาก ปราดเปรียว เข้าโค้งได้คมที่สุดเท่าที่เคยปั่นเสือหมอบมาหลายๆคัน ( geo เดียวกับ SuperSix Evo HM ตัวเก่าผม ) แต่ต้องแลกกับความกระด้าง กระเด้งกระดอน ส่วนตะเกียบหลังที่ว่าเป็นระบบ SAVE มันก็ไม่ได้นุ่มอะไรมากมายนัก เพราะว่าด้านหน้าของมันกระด้างมาก ตะเกียบค่อนข้างจะกระด้าง พอเอามาขี่บนถนนคอนกรีตแล้ว เป็นอารมณ์ของรถ"ดิบๆ" ที่ถ้าเอามาเน้นแข่งขัน จะให้ความสะใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ความเร้าใจของการเข้าโค้ง การตอบสนองต่อแรงกดบันได รวมไปถึงความกระด้างที่ไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับเฟรมอลูมิเนียมยี่ห้ออื่นๆ

ส่วน Fuji ตัวนี้ ปั่นสบายกว่า CAAD10 ในเรื่องของความกระด้างโดยรวมที่น้อยกว่าครับ แต่ถ้าจะเน้นความ aggressive แล้ว ดูแล้วยัง"นุ่มนวลและอ่อนโยน"กว่า
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน


Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย sunmatesport » 19 ก.พ. 2018, 08:01

น่าสนๆ
จำหน่ายปลอกแขนกันแดด sunmate ปลอกแขนกันแดดป้องกันรังสียูวี uv มากกว่า99% ปลอกแขนกันแดดทั้งชายและหญิง
ปลอกแขน ผ่านมาตรฐานรับรองสากลAATCC คุณภาพดี ใส่ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ เล่นกีฬาทุกชนิด ติดต่อได้ที่ Tel. 087 706 2555

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย WingMTB » 20 ก.พ. 2018, 11:30

พอจะถามนอกประเด็นหน่อยได้ไหมคับ CAAD10 กับ Emonda ALR ที่เห็นเปรียบเทียบกันมานาน คนเคยปั่นทั้งคู่มารีวิวให้ฟังหน่อยได้ไหมคับ ความนุ่ม ความพุ่ง ความเบา ความstiff

Re: จักรยานไม่ใช่เมียนี่ครับ : Fuji Roubaix 1.3 เฟรมอลูที่ปั่นสบายได้ใจไปเลย

โพสต์ โดย lucifer » 21 ก.พ. 2018, 11:42

WingMTB เขียน:พอจะถามนอกประเด็นหน่อยได้ไหมคับ CAAD10 กับ Emonda ALR ที่เห็นเปรียบเทียบกันมานาน คนเคยปั่นทั้งคู่มารีวิวให้ฟังหน่อยได้ไหมคับ ความนุ่ม ความพุ่ง ความเบา ความstiff


ตอบตามประสพการณ์ที่เคยใช้นะ เทียบรถ size เดียวกันคือ XS เพราะผมเซทรถในลักษณะ racing

1. ความนุ่ม ALR สบายตัวกว่ามากกว่า"คำจำกัดความที่ว่านิดหนึ่ง"
2. ความพุ่ง CAAD10 ดีกว่านิดหนึ่ง
3. ความเบา เฟรม CAAD10 1,150 กรัม + ตะเกียบซางคาร์บอน 388 กรัม รวม 1,538 กรัม ส่วน EMONDA ALR เฟรม หนัก 1,180 กรัม + ตะเกียบซางคาร์บอน 335 กรัม รวม 1,515 กรัม
4. นิสัยรวมๆ CAAD10 เกรี้ยวกราดกว่า เข้าโค้งได้คมและเร็วกว่า ในขณะที่ ALR ให้ความรู้สึกในทางมั่นคง นิ่ง สงบกว่า ทั้งคู่ต้องใช้ทักษะดีๆในโค้งที่ความเร็วสูง เพราะ CAAD10จะตอบสนองได้ไวกว่า ในขณะที่ ALRจะต้องใช้ฝีมือในการบังคับให้รถเข้าโค้งลึกๆ ด้วยการโหนหรือดึงรถมากหน่อย โดยรวมแล้วขึ้นกับทักษะอันเกิดมาจากการเรียนรู้เป็นสำคัญ
5. ราคา ถ้าเทียบกันระหว่างรถใหม่ด้วยกัน ALR คุ้มค่ากว่า และถ้าเทียบกับ CAAD12 ALRเป็นรถที่มีความยุ่งยากน้อยกว่า หลักอาน 27.2mm ก็ยังเป็นอะไรที่หาได้ง่ายกว่า 25.4mm ( โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องกระดูกต้นขาไม่ยาว การหาหลักอานตรงขนาด 25.4mm ไม่ใช่เรื่องง่าย ) กระโหลก BB86 เป็นอะไรที่ยุ่งยากลำบากใจน้อยกว่า BB30A ( ยกเว้นซื้อมาแล้วรู้จักคำว่า"จบคือจบ" )
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน



ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 14 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน